Welcome to Captiva Club Thailand.
User Login:






ผู้เขียน หัวข้อ: จะไปเที่ยวที่สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี  (อ่าน 7781 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

11 ม.ค. 2013, 08:36:27
ตอบกลับ #25

ออฟไลน์ เด็กบ้านนอก

  • แคปตี้ตัวจริง
  • ******
  • กระทู้: 3,201
  • Captiva Lover!
ตอนนี้ได้ที่พักที่เมืองกาญจน์แล้ว ชื่อ Tamarind ห้องนอนแอร์ 3 คน(1เตียงกะฟูก) ไม่มีทีวี มีเครื่องทำน้ำอุ่น ไม่มีกระติกน้ำร้อน ฟรีไวไฟ ราคา 500 บาท (แฟนถูกใจมาก)

ส่วนที่พักที่ อ.สังขละได้เป็น burmese inn เป็นบังกะโล 4 คน แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น ติดแม่น้ำซองกาเลีย ไม่มีอาหารเช้า ราคา 800 บาท

ส่วนที่เขาแนะนำในพันทิพย์ คือ สามประสบ พนนที ซองกาเลีย พีเกสเฮ้า เต็มหมดเลย
เป็นประสบการณื ครั้งหน้า ต้องจองล่วงหน้าไวๆ
 

14 ม.ค. 2013, 13:57:09
ตอบกลับ #26

ออฟไลน์ tigerman

  • Senior Member
  • ****
  • กระทู้: 751
  • Namo
สวัสดีครับคุณเด็กบ้านนอก  จะไปเยือนชายแดนตะวันตกที่ อ.สังขละบุรี ช่วงไหนครับ พอดีเพิ่งเข้าเวปมา หลังจากหายไปนานมาก  ถ้าจะนอนที่เขื่อนเขาแหลม แนะนำว่าให้พักที่ อ.ทองผาภูมิ ตัวเขื่อนตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอทองผาภูมิ 10 กว่ากิโลเมตร  และอยู่ห่างจาก อ.สังขละบุรี 70 กว่ากิโลเมตร แต่เส้นทางจาก ทองผาภูมิ ไป สังขละบุรี เป็นทางคดเคี้ยว ขึ้นลงเขาตลอดเส้นทาง  ออกเดินทางจากทองผาภูมิไปสังขละช่วงเช้าจะดีกว่า สองข้างทางสวยงาม ผ่านถ้ำลิเจียอันโด่งดังจากข่าว มหากาพย์ขุมทองโกโบริ( น ) ไปสังขละบุรี ช่วงน้ำน้อย ต้องเช่าเรือไปชมโบสถ์หลังเก่าของวัดหลวงพ่ออุตตะมะ ที่จมอยู่ใต้น้ำจากการสร้างเขื่อนเขาแหลม  ไปนั่งดินเนอร์มื้อเย็นที่สามประสบ มีแพอาหาร ร้านอาหาร หลายเจ้า สั่งปลารากกล้วยทอดมาแกล้มเบียร์เย็นๆ บรรยากาศสุดยอด เพราะเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำ 3 สายมารวมกัน คือแม่น้ำรันตี แม่น้ำซองกาเลีย และแควน้อย  จึงเป็นชื่อของ " สามประสบ " นั่งยลพระอาทิตย์ สะท้อนแผ่นน้ำ โดยมีสะพานมอญ เป็นฉากหลัง สุโค่ยมากๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 ม.ค. 2013, 13:58:41 โดย tigerman »
 

16 ม.ค. 2013, 13:10:25
ตอบกลับ #27

ออฟไลน์ เด็กบ้านนอก

  • แคปตี้ตัวจริง
  • ******
  • กระทู้: 3,201
  • Captiva Lover!
พี่เสือ ผมจะไปช่วงวันหยุดมาฆบูชาครับ
ก็น่าจะอยู่ที่นั่น 23-24 ก.พ. 56 ครับ
มีคำแนะนำเรื่องอาหารกะที่พักเพิ่มไหมครับ
ขอทั้งตัวเมืองกาญจน์ แล้วก็สังขละครับ

ภาพ สวยมากๆ
 

18 ม.ค. 2013, 15:20:08
ตอบกลับ #28

ออฟไลน์ tigerman

  • Senior Member
  • ****
  • กระทู้: 751
  • Namo
สวัสดีครับ     เอาเป็นว่าถ้าเดินทางมาถึงตัวเมืองกาญจนบุรี สักช่วงบ่ายถ้าจะพักโรงแรมในตัวเมืองก็มีโรงแรมริเวอร์แควโฮเต็ล หรือ ขับเลยไปนิดชื่อโรงแรมมิตรพันธ์ก็น่าพัก เมื่อก่อนทุกครั้งที่เดินทางไปทำข่าวที่จังหวัดจะไปพักที่โรงแรมมิตรพันธ์ครับ ราคาตอนนั้นคืนละ 500 บาท ( ราคาสื่อมวลชน) พอแดดร่มลมตกไปชมเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว  สมัยมหาสงครามเอเชียบูรพา ที่กองทัพทหารญี่ปุ่นเกณฑ์เชลยศึกไปสร้างทางรถไฟสายนี้ไปพม่าและอินเดีย ความโหดร้ายของสงคราม และไข้ป่าคร่าชีวิตเชลยศึกไปจำนวนมาก ว่ากันว่าถ้าอยากรู้จำนวนเท่าไหร่ ให้เดินนับหมอนไม้รถไฟไปสุดเส้นทาง  นั้นแหละครับคือจำนวนชีวิตเชลยศึกที่ทับถมร่างสร้างทางรถไฟสายมรณะ
                 หากจะหาที่ดินเนอร์ให้ได้บรรยากาศสักมื้อ ขอแนนะแพอาหาร ใกล้สะพาน มีหลายร้านครับ มีร้านหนึ่งชื่อ ร้านโพสต์ติ่ง ร้านอาหารแห่งนี้คงเคยเห็นในภาพ ส.ค.ส. บรรยากาศดีทุกร้าน ผมชอบไปนั่งที่ร้านโพสต์ติ่ง เพราะจะมีนักดนตรี เดินมาสีไวโอลินให้ฟังตามโต๊ะ เพลงเพราะ อาหารอร่อย  มาเที่ยวเมืองกาญจนบุรี หากชอบทานปลา อย่าลืมสั่ง ปลายี่สก มาลิ้มลองนะครับ เป็นปลาพื้นบ้าน เนื้อหวาน จะต้ม ยำ ทำแกง ลวกจิ้ม ได้ทั้งนั้น  ปลายี่สก เป็นสัญญาลักษณืของเมืองกาญครับ ป้ายชื่อถนนทุกตรอกซอกซอยเป็นรูปปลาชนิดนี้ไปทั่วเมือง   แต่ถ้าจะไปชมบรรยากาศตรงหน้าเมืองที่เรียกว่า " ปากแพรก" ตรงจุดนั้นเป็นศูนย์รวมแพ ทั้งแพลาก แพเธค และแพอาหาร  อาหารรสชาดใช้ได้เลยครับ ไปช่วงเย็นๆจะเห็นบรรยากาศแม่น้ำแควน้อย ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำแควใหญ่ กลายเป็นแม่น้ำแม่กลอง ตรงจุดนี้ถึงเป็นปากแม่น้ำ จึงเรียกว่าปากแพรก ถ่ายรูปสวยครับได้ฉากหลังเป็นแม่น้ำและขุนเขายาวเป็นทิว

                     นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติแล้ว ถ้าพอมีเวลาก็ไปดูพิพิธภัณฑฺสงครามโลก  อีกแห่งคือโรงถ่ายภาพยนต์เรื่องสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภายในค่ายทหารกองพลทหารราบที่ 9 กาญจนบุรี  เห็นว่าเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม อันนี้ผมยังไม่เคยไปครับ ลองหาข้อมูลดู

                      สำหรับที่พักที่ อ.สังขละบุรี  ทุกครั้งทีไปทำงานจะไปพักที่ ซองกาเลียรีสอร์ต ป้าเจ้าของใจดีมาก  ตรงนั้นมีร้านอาหารด้วยครับ บรรยากาศดี  อาหารอร่อย    สามารถมองเห็นสะพานมอญ อย่างที่ปรากฏในภาพเลยครับ หรือถ้าพอมีเวลาลองไปวนๆสอบถามดูมีหลายแห่งทั้งแพพัก และรีสอร์ต   เมืองเล็กแต่มีเสน่ห์ ขับยังไงก็ไม่หลง   ถ้าจะไปเที่ยวด่านเจดีย์สามองค์ ชายแดนไทยพม่า อยู่ห่างจากตัวอำเภอสังขละบุรี 10 กว่ากิโลเมตร  ทำเรื่องขับรถผ่านเข้าไปซื้อของที่ ตลาดพญาตองสู  ฝั่งพม่า เฟอร์นิเจอร์ไม้มะค่า ราคาถูก แต่ฝีมือไม่เนียนเหมือนช่างไทย  เลือกหาซื้อชิ้นเล็กๆติดไม้ติดมือได้ สมัยตอนไปทำข่าวช้างน้ำตัวเล็ก ผมข้ามไปทำงานซื้อเตียงพับเป็นไม้มานอนเล่น ราคา 250 บาท ใช้มา 15 ปีแล้วครับ   ทนมาก

                       
 

19 ม.ค. 2013, 13:07:30
ตอบกลับ #29

19 ม.ค. 2013, 14:41:46
ตอบกลับ #30

ออฟไลน์ เด็กบ้านนอก

  • แคปตี้ตัวจริง
  • ******
  • กระทู้: 3,201
  • Captiva Lover!
สวัสดีครับ     เอาเป็นว่าถ้าเดินทางมาถึงตัวเมืองกาญจนบุรี สักช่วงบ่ายถ้าจะพักโรงแรมในตัวเมืองก็มีโรงแรมริเวอร์แควโฮเต็ล หรือ ขับเลยไปนิดชื่อโรงแรมมิตรพันธ์ก็น่าพัก เมื่อก่อนทุกครั้งที่เดินทางไปทำข่าวที่จังหวัดจะไปพักที่โรงแรมมิตรพันธ์ครับ ราคาตอนนั้นคืนละ 500 บาท ( ราคาสื่อมวลชน) พอแดดร่มลมตกไปชมเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว  สมัยมหาสงครามเอเชียบูรพา ที่กองทัพทหารญี่ปุ่นเกณฑ์เชลยศึกไปสร้างทางรถไฟสายนี้ไปพม่าและอินเดีย ความโหดร้ายของสงคราม และไข้ป่าคร่าชีวิตเชลยศึกไปจำนวนมาก ว่ากันว่าถ้าอยากรู้จำนวนเท่าไหร่ ให้เดินนับหมอนไม้รถไฟไปสุดเส้นทาง  นั้นแหละครับคือจำนวนชีวิตเชลยศึกที่ทับถมร่างสร้างทางรถไฟสายมรณะ
                 หากจะหาที่ดินเนอร์ให้ได้บรรยากาศสักมื้อ ขอแนนะแพอาหาร ใกล้สะพาน มีหลายร้านครับ มีร้านหนึ่งชื่อ ร้านโพสต์ติ่ง ร้านอาหารแห่งนี้คงเคยเห็นในภาพ ส.ค.ส. บรรยากาศดีทุกร้าน ผมชอบไปนั่งที่ร้านโพสต์ติ่ง เพราะจะมีนักดนตรี เดินมาสีไวโอลินให้ฟังตามโต๊ะ เพลงเพราะ อาหารอร่อย  มาเที่ยวเมืองกาญจนบุรี หากชอบทานปลา อย่าลืมสั่ง ปลายี่สก มาลิ้มลองนะครับ เป็นปลาพื้นบ้าน เนื้อหวาน จะต้ม ยำ ทำแกง ลวกจิ้ม ได้ทั้งนั้น  ปลายี่สก เป็นสัญญาลักษณืของเมืองกาญครับ ป้ายชื่อถนนทุกตรอกซอกซอยเป็นรูปปลาชนิดนี้ไปทั่วเมือง   แต่ถ้าจะไปชมบรรยากาศตรงหน้าเมืองที่เรียกว่า " ปากแพรก" ตรงจุดนั้นเป็นศูนย์รวมแพ ทั้งแพลาก แพเธค และแพอาหาร  อาหารรสชาดใช้ได้เลยครับ ไปช่วงเย็นๆจะเห็นบรรยากาศแม่น้ำแควน้อย ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำแควใหญ่ กลายเป็นแม่น้ำแม่กลอง ตรงจุดนี้ถึงเป็นปากแม่น้ำ จึงเรียกว่าปากแพรก ถ่ายรูปสวยครับได้ฉากหลังเป็นแม่น้ำและขุนเขายาวเป็นทิว

                     นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติแล้ว ถ้าพอมีเวลาก็ไปดูพิพิธภัณฑฺสงครามโลก  อีกแห่งคือโรงถ่ายภาพยนต์เรื่องสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภายในค่ายทหารกองพลทหารราบที่ 9 กาญจนบุรี  เห็นว่าเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม อันนี้ผมยังไม่เคยไปครับ ลองหาข้อมูลดู

                      สำหรับที่พักที่ อ.สังขละบุรี  ทุกครั้งทีไปทำงานจะไปพักที่ ซองกาเลียรีสอร์ต ป้าเจ้าของใจดีมาก  ตรงนั้นมีร้านอาหารด้วยครับ บรรยากาศดี  อาหารอร่อย    สามารถมองเห็นสะพานมอญ อย่างที่ปรากฏในภาพเลยครับ หรือถ้าพอมีเวลาลองไปวนๆสอบถามดูมีหลายแห่งทั้งแพพัก และรีสอร์ต   เมืองเล็กแต่มีเสน่ห์ ขับยังไงก็ไม่หลง   ถ้าจะไปเที่ยวด่านเจดีย์สามองค์ ชายแดนไทยพม่า อยู่ห่างจากตัวอำเภอสังขละบุรี 10 กว่ากิโลเมตร  ทำเรื่องขับรถผ่านเข้าไปซื้อของที่ ตลาดพญาตองสู  ฝั่งพม่า เฟอร์นิเจอร์ไม้มะค่า ราคาถูก แต่ฝีมือไม่เนียนเหมือนช่างไทย  เลือกหาซื้อชิ้นเล็กๆติดไม้ติดมือได้ สมัยตอนไปทำข่าวช้างน้ำตัวเล็ก ผมข้ามไปทำงานซื้อเตียงพับเป็นไม้มานอนเล่น ราคา 250 บาท ใช้มา 15 ปีแล้วครับ   ทนมาก

                       

พี่เสือเป็นนักข่าวเหรอครับ
 

20 ม.ค. 2013, 15:17:29
ตอบกลับ #31

ออฟไลน์ tigerman

  • Senior Member
  • ****
  • กระทู้: 751
  • Namo
ใช่ครับ ชีวิตนักข่าวเริ่มต้นเมื่อปี 2527 ทำข่าวสงครามตามแนวชายแดน จ.สระแก้ว สมัยนั้นยังเป็นจังหวัดปราจีนบุรี  เป็นนักข่าวภูธรหัวหกก้นขวิด ต่อสู้กับอิทธิพล จนปี 2537 ได้รับการทาบทามจากผู้ใหญ่ให้เข้ามาประจำกองบรรณาธิการ สำนักงานใหญ่ แถวถนนวิภาวดี  ประจำแผนกข่าวส่วนกลาง มีหน้าที่ออกทำข่าวเจาะ และข่าวสถานการณ์สำคัญๆทั่วประเทศ รวมถึงข่าวที่เกิดทั่วทุกมุมโลกที่มีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือข่าวที่มีผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง ข่าวทุกชิ้นจะได้รับการพิจารณาแล้วว่าเป็นข่าวหลักขึ้นหน้าหนึ่ง จึงส่งไปเกาะติด บางข่าวสิบวันจบ บางข่าวเป็นเดือนสองเดือนว่ากันไป   เมื่อวันที่ 4  มกราคม 2547  โจรใต้ปล้นอาวุธปืนค่ายทหาร อ.เจาะไอร้อง จ.ปัตตานี ลงไปประจำการอยู่ 6 เดือน    ปีหนึ่ง 365 วัน รวมๆวันที่อยู่ในกรุงเทพแล้วสัก 1-2 เดือนเท่านั้น นอกนั้นไปลุยข่าวร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำทั่วไทย  ปัจจุบันขอมาประจำต่างจังหวัด เพื่อดูแลธุรกิจส่วนตัว และร่วมกับเพื่อนทำนิตยสารข่าวรายเดือน  จำนวน 2 ฉบับ  ชื่อหนังสืออาชญากรรม และสยามท้องถิ่น  นั่งเขียนคอลัมพ์ประจำ พอมีเวลาไม่ต้องไปตะลอนๆ เหมือนก่อนครับ 
 

21 ม.ค. 2013, 16:33:34
ตอบกลับ #32

ออฟไลน์ เด็กบ้านนอก

  • แคปตี้ตัวจริง
  • ******
  • กระทู้: 3,201
  • Captiva Lover!
สุดยอดเลยพี่เสือ ไปเที่ยวมาทั่วแล้ว รู้ลึก รู้จริง
ขอข้อมูลเพิ่มเติมครับ

แถวปราณบุรี มีที่พัก ที่กิน ที่ไหนเที่ยวแบบถูกๆบ้างครับ เอาแบบ 1 วันเสร็จ
 

9 มี.ค. 2013, 11:17:20
ตอบกลับ #33

ออฟไลน์ เด็กบ้านนอก

  • แคปตี้ตัวจริง
  • ******
  • กระทู้: 3,201
  • Captiva Lover!
ขอขอบคุณ กนกพร ศัลยพงษ์ และ Kully captival club รวมถึงพี่เสือ ที่ให้ข้อมูล

5วัน 4 คืนกับทริปไปเที่ยวสังขละบุรี ออกจากตรัง ช่วงบ่าย ไปแวะพักที่ รร.ชินมินิเทล ปราณบุรี

เช้าวันที่สองออกเดินทางไปกาญจนบุรี ถึงที่พัก(Thammarind Guest House) แล้วต่อด้วย ซาฟารีปาร์ค(ห่างจากตัวเมืองราว 30km) เด็กๆชอบมาก ต่้องนั่งแต่ในรถ แล้วให้อาหารทางกระจกเอา จากนั้นไปสะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นช่วงที่รถไฟวิ่งผ่านสะพานพอดี ช่วงเย็นไปเดินที่ Kanjanaburi plaza แล้วก็เดินตลาดโต้รุ่ง ของกินเยอะมาก

เช้าวันที่สามไปสังขละบุรี ห่างจากตัวเมืองกาญจน์ราว 230 km ผ่านอำเถอไทรโยค อำเภอทองผาภูมิ โดยไปแวะที่ สถานีรถไฟสายมรณะถ้ากระแช สะพานรถไฟ หวาดเสียวมาก ต่อด้วย ช่องเขาขาด เดินกันได้เหงื่อเลยไปกลับระยะทาง 1km ช่วงเดินทางระหว่างจากทองผาภูมิไปสังขละ ถนนโค้งเยอะมาก บวกเป็นหลุมบ่อพอควร ทำความเร็ว 40-80 km/hr ระยะทางแค่ 30 km นี่ วิ่งเข้าไป 40 นาทีได้ ก่อนเข้าอ.สังขละก็แวะที่ ด่านเจดีย์สามองค์ ซึ่งไม่ได้ไปฝั่งพม่า อากาศร้อนมาก ได้เก้าอี้ไม้สักพม่ามาสองตัว จากนั้นไปเข้าที่พักที่ burmese inn หลัง chech in ก็ไปวัดวังวิเวการาม เจดีย์พุทธคยา แล้วก็นั่งเรือชมวัดใต้บาดาลกับสะพานมอญ

พอถึงเช้าของอีกวัน ก็รีบตื่นไปเที่ยวชม สะพานมอญ คนเยอะมาก เด็กๆชอบใส่บาตร แล้วไปเดินตลาดมอญ ซึ่งขายผัก ผลไม้เหมือนตลาดสดในบ้านเรา ขากลับซื้อเมล่อน(เจียไต๋ ไม่ได้ขายวันนี้ เลยอดซื้อเลย เมล่อนเจียไต๋ โด่งดังมาก) แล้วก็แวะที่โรงงานวุ้นเส้นท่าเรือ ซาหริ่มอร่อยมาก ไม่ต้องแช่เย็น เก็บไว้ได้ 5 วัน

สรุปคร่าวๆนะครับ
1. ค่าน้ำมันไปกลับ รวม 7000 บาท ระยะทาง 2550 km เฉลี่ย 2.745 บาท/กิโลเมตร ถนนเพชรเกษม 110-120 km/hr
2. โรงแรม ผมประทับใจ ชินมินิเทล ที่ปราณมากที่สุด เพราะราคา 420 บาท แต่ห้องกว้าง(นอน 7-8 คน สบายๆ แต่ต้องนอนพื้นด้วยนะ) ใหม่ มีตู้เย็น แอร์ ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น แถมไวไฟฟรี  ส่วนที่รองลงมาคือ tammarind guest house ที่ กาญจนบุรี ราคา 500บาท แต่ห้องค่อนข้างแคบ 3*4 น่าจะได้มั๊ง มีแต่แอร์ ไม่มีทีวี ไม่มีตู้เย็น แต่มีเครื่องทำน้ำอุ่น ไม่มีไวไฟ ทางเข้าแคบมาก ติดแม่น้ำแคว  ส่วน bermese inn ถ้าไม่จำเป็น อย่าไปพักครับ บริการห่วยแตก ราคา 1000 บาทต่อคืน คิดดู ผมไปถึง ก็ต้องเดินไปหาพนักงานเอง ต้องขอมาให้ช่วนขนของ แถมในห้อง ฝุ่นเยอะมาก นี่ยังไม่เท่าไหร่ เข้าห้อง เปิดแอร์ ลูกขึ้นไปนอน โดนมดดำกัด มดมาจากในแอร์ครับ เขาก็เอาไบกอนมาฉีดเข้าไปในแอร์ แล้วบอกให้ผมนอนต่อ ผมก็ไม่ยอม เขาจึงเปลี่ยนห้องให้ อีกห้องนึงก็ฝุ่นเยอะครับ พูดจาไม่ไพเราะเลย คงไม่มานอนอีกแล้วครับที่นี่  เสียดายช่วงที่ไป หาที่พักที่อื่นที่ใกล้สะพานมอญไม่ได้  ผมขับรถวนเที่ยวในสังขละดูที่พัก แนะนำ สามประสบรีสอร์ทกับแมกไม้ครับ เพราะใกล้สะพานมอญ เดินแปปเดียวก็ถึง
3.วุ้นเส้นท่าเรือ มีสองที่นะครับ เป็น โรงงานวุ้นเส้นท่าเรือ(อันนี้ดั้งเดิมนะครับ) กะอีกอันคือ แม่บัวคำวุ้นเส้นท่าเรือ จริงๆ แม่บัวคำกับคุณพ่อ(จำชื่อไม่ได้) เป็นผู้ก่อตั้ง โรงงานวุ้นเส้นท่าเรือขึ้นมา พอมาถึงรุ่นสืบทอดต่อมา มีปัญหา ขัดแย้งกัน ก็เลยมาตั้งเป็น แม่บัวคำ วุ้นเส้นท่าเรือ ซึ่งโปรโมทดีมาก มีรถทัวร์ลงเยอะเลย ผมไม่แวะทีนี่นะครับ ไปแวะที่โณงงานวุ้นเส้นท่าเรือ คนไม่เยอะมาก กับข้าวพอกินได้ ห้องน้ำสะอาดดีครับ
4. ของฝากเมืองกาญจน์ที่ขึ้นชื่อ แนะนำ วุ้นเส้นท่าเรือ สลิ่มครับ อีกอย่างคือ เมล่อนเจียไต๋ ผมซื้อเมล่อนมา ไม่ใช่ของเจียไต๋ หวานกรอบ อร่อยมากครับ เมล่อนถ้าเป็นไปได้ ลงไปเลือกเองครับ เพราะเดี๋ยวจะได้ลูกช้ำๆมาแบบผมซึ่งซื้อ5ลูก ได้ช้ำๆมาลูกนึง ราคาตก กก.ละ60-70บาท มีสองสี คือ สีเขียวกับสีส้ม ผมเอาแต่สีส้ม คนขายบอกว่า สีเขียวหอมกว่า แต่สีส้มหวานกว่า   อีกอันนึงซึ่งหายากหน่อยคือ เห็นโคนป่า ตก กก.ละ 280 บาท คล้ายๆเห็ดชิเมจินะผมว่า ซื้อมาถุงนึง เอามาผัดซีอิ๊ว อร่อยดีครับ  อีกอย่างเกือบลืมไป คือ ใส้อั่วคุณนงเยาว์ ราคาไม่แพง ถ้าจะซื้อกลับ ซื้อแบบซีลครับ เก็บได้สองวัน แต่เอาไปแช่ตู้เย็นเก็บได้เป็นเดือนๆ  ไก่ย่างที่ร้านนี้ หอมมาก แต่ไม่ได้กินครับ เพราะต้องทำเวลาไปสังขละบุรี

อันนี้เป็นรูปภาพ ที่อยู่ใน Facebook นะครับ
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.555748134457968.1073741825.100000683597164&type=3
ใครอยากไปเที่ยวสังขละ PM หาผมก็ได้ครับ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ ไม่ก็ PM ไปหาคุณ kully หรือ พี่เสือครับ
พี่เปี๊ยกจะย้ายข้อมูลไปลงที่ CCT-Activity ก็ได้นะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 9 มี.ค. 2013, 17:30:09 โดย เด็กบ้านนอก »
 

10 มี.ค. 2013, 07:56:26
ตอบกลับ #34

ออฟไลน์ เด็กบ้านนอก

  • แคปตี้ตัวจริง
  • ******
  • กระทู้: 3,201
  • Captiva Lover!
ด่านเจดีย์สามองค์ ไปตอนเช้าไม่ก็ตอนเย็นๆนะครับ กลางวันร้อนมากมาย ร้อนแล้วไม่ค่อยอยากเดิน
งานไม้พม่าก็ดูพอไหวนะ แต่ราคามันไม่แพงครับ
ส่วนใหญ่ เห็นซื้อเก้าอี้กัน ถ้าตัวเล็กก็ 90-100บาท ตัวใหญ่ตก 150-200 บาท แล้วแต่ร้าน อย่ารีบซื้อ เดินดูทุกร้าน(ฝั่งไทยนะครับ) ต่อราคาเอา
 

12 มี.ค. 2013, 14:03:15
ตอบกลับ #35

ออฟไลน์ Okita

  • God Member
  • *****
  • กระทู้: 1,890
  • Welcome to my Capty Jang(cct-1001)
สวยจังเลย
ว่างๆจะหาโอกาสไปมั่งครับ

ปล.ไม่ได้ช่วยอะไรน้า เลย ;D