Welcome to Captiva Club Thailand.
User Login:






แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - tigerman

หน้า: [1] 2 3 4
1
มีปัญหาทุกค่ายแหละครับ จะมากหรือน้อยเท่านั้น ใช้แคปตี้ สบายใจกว่ากันเยอะ

http://breakingnews.nationchannel.com/home/read.php?newsid=653678&lang=T&cat=&key=

2
Captiva Talk / ขอข้อชี้แนะเรื่องยาง
« เมื่อ: 10 ส.ค. 2012, 10:31:09 »
จะเปลี่ยนยางชุดใหม่ใช้ยี่ห้ออะไรดี   ของเดิม แม็กซีส 235/60/17 ติดรถมาใช้จนร่องสึกหมดแล้ว 

3
Captiva Talk / จริงอย่างที่เขาว่าไหม
« เมื่อ: 1 มิ.ย. 2012, 11:01:32 »
ดื่มแล้วหมดทุกข์  ไปเป็นสุขอยู่โลกหน้า555555555555

4
[size=18]เรื่องจริงทั้งนั้น[/size]

5
Captiva Talk / สวัสดี ปีงูใหญ่
« เมื่อ: 28 ธ.ค. 2011, 21:30:08 »
[size=18]กระต่ายเต้น          ตูมตาม         ข้ามศักราช
ภัยพินาศ             ฟาดงวงงา      เจียนอาสัญ
น้องน้ำ มา           ไหลท่วมท้น    หม่นชีวัน
เข็มขัดสั้น            คาดไม่ถึง       ครึ่งค่อนเอว

เธอคนนั้น             บอกกับฉัน         ว่า " เอาอยู่"
เพราะเชื่อ You       กรูเลยเศร้า        น้ำเน่าขัง
นั่งแช่น้ำ                นานแรมเดือน     อนิจจัง
น้ำท่วมขัง              สังคัง มา           ลาก่อน...โยม

กระต่ายไป             งูใหญ่มา            น่าเกรงขาม
ทั่วเขตต์คาม           ขอให้พบ           ประสบศรี
มั่งมีทรัพย์              ไหลเนืองนอง     กองทวี
ขออย่ามี                 คุณน้องน้ำ        ไหลตามมา 


จะคิดเงิน                ขอให้ไหล        เต็มหน้าตัก
คิดมีรัก                   ให้สุขสม         อารมณ์หมาย
อย่าได้เจ็บ               ได้จน            หม่นหมองกาย
เฮงทั่วไทย              แค๊ปตี้คลับ       ทรัพย์เนืองนอง [/size]

8
? ?? ?? ?? ? [color=#0000[size=14]ff] เสียงปี่กลองการเมืองรำมะนา ดังขึ้นมาอีกแล้วครับ? อำนาจประชาธิปไตยในการปกครองบ้านเมืองคืนกลับสู่ชาวบ้านกันอีกครั้ง มันกลับมาอยู่ในอุ้งมือของประชาชน ไล่เรียงตั้งแต่ผู้ที่ร่ำรวยล้นฟ้า ไปจนถึงพวกกระยาจกเข็นใจ? ชาวบ้านตาสีตาสายายมาตามี ล้วนแต่เป็นเจ้าของอำนาจนี้กันถ้วนหน้า จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง จะมอบดาบอาญาสิทธิ์เล่มนี้ไปให้ใครใช้บริหารชาติบ้านเมืองก็ใคร่ครวญกันดีๆ เพราะหากตัดสินใจผิดพลาดต้องนั่งเก็กซิมรอไปอีก 4 ปี? มันถึงจะกลับคืนมาอยู่ในมือเราๆท่านๆกันอีกรอบ
? ?? ?? ?? ? ระหว่างนี้อยู่ในช่วงนักเลือกตั้งกำลังลงพื้นที่ชักแม่น้ำทั้งห้าหาเสียงกับชาวบ้าน เรียกว่า ดอกไม้แห่งปวงชน ต้นประชาธิปไตย กำลังเบ่งบานไปทั่วทุกหย่อมหญ้า พอพูดถึงประชาธิปไตย หลายต่อหลายคน รวมทั้งผมด้วยเคยถามไถ่ว่าหน้าตามันเป็นอย่างไร? ผมมีเรื่องเล่าจากห้องน้ำปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ระหว่างซิ่งเจ้าแคปติวาเพื่อนรู้ใจไปทัวร์ต่างจังหวัด พอดีเกิดปวดท้องฉี่ขึ้นมาอย่างไม่มีไฟเตือนมาก่อน จึงตบไฟเลี้ยวแวะเข้าปั๊มน้ำมัน ยี้ห้อหนึ่ง ซึ่งโปรโมตแข่งขันเรื่องส้วมสะอาดกันสุดฤทธิ์สุดเดช?
? ?? ?? ?? ?? พอจอดรถได้ ดับเครื่องรีบสาวเท้าเดินดุ่มๆไปด้านหลังห้องน้ำ สถานที่ปล่อยน้ำเสียของท่านชาย จัดการรูดซิปกางเกงควักเอาท่อส่งน้ำเสียออกมาหลับหูหลับตาปลอยมันไปอย่างมีความสุข พอสำเร็จเสร็จกิจ แต่ยังไม่ได้จัดเก็บอุปกรณ์ท่อส่งน้ำเข้าที่เข้าทาง จึงเงยหน้าขึ้นพบข้อความรณรงค์ให้ชาวบ้านไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันให้มากมาย ไม่อ่านก็ต้องอ่านเพราะมันอยู่ในระดับสายตาพอดิบพอดี
" อย่านอนหลับทับสิทธิ์ ขณะนี้ประชาธิปไตยอยู่ในมือของท่านแล้ว "? ผมรีบก้มมองไปที่พื้น? ?ข้อปุจฉาที่ใคร่อยากรู้มานานแล้วว่า ประชาธิปไตยรูปร่างหน้าตามันเป็นอย่างไรนั้น....ตอนนี้ผมถึง..บางอ้อ..แล้วครับ[/size][/color]

9
[size=14]1. ปวดหัว? กินปลามากๆทั้งปลาทะเลและปลาน้ำจืด น้ำมันจากปลามีสรรพคุณป้องกันการปวดหัว กินพร้อมๆกับขิง จะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ดี
2. แพ้ละออง อาการแพ้ทั้งฝุ่นและเกสรดอกไม้ ให้กินโยเกิร์ต หรือ นมเปรี้ยว แต่ถ้าเป็นนมเมีย กินเมื่อไหร่ โรคหื่น ตื่นตอนดึก คึกตอนเช้า กำเริบเมื่อนั้น
3. โรคหัวใจ ดื่มชาเขียวเป็นประจำ สารในชาเขียวช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันไปจับตัวตามผนังหลอดเลือด แต่ถ้าชายใดเป็นโรคใจง่าย ต้องใช้ไม้กระบองหวดสัก 2-3 ทีแล้วจะดีขึ้น
4. โรคนอนไม่หลับ ดื่มน้ำผึ้งเป็นประจำ สารในน้ำผึ้งมีฤทธิ์เป็นยา กล่อมประสาทให้นอนหลับฝันดี? แต่ถ้าคิดจะยกซดน้องน้ำผึ้งละก็ คงไม่ต้องหลับต้องนอนกัน
5. โรคหอบหืด กินหอม ต้นหอม หรือหัวหอม มีตัวยาทำให้หลอดลมปลอดโปร่ง แต่ถ้าดวดเหล้าแล้วไปขอหอมแก้ม จากเด็กเสิร์ฟ อาจจะถึงขั้นหอบซี่โครงบานก็ได้
6. โรคไขข้ออักเสบ กินปลาเท่านั้น แก้ไขเป็นปกติได้ อาทิเช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ( ปลาโอ ) ปลาแมคเคอเรล ปลาซาดีนส์ ( ปลากระป๋อง ) น้ำมันปลาทำให้โรคไขข้ออักเสบบรรเทาลง แต่ถ้ากินน้องปลา อาจขัดยอกมากขึ้น ถึงขั้นอัมพาตกิน
7. ท้องผูก ท้องอืด ให้กินกล้วย หรือ ขิง กล้วยทำให้ท้องไม่ผูก ส่วนขิง ทำให้อาการคลื่นไส้ในตอนเช้าหายไป แต่ถ้ายังเป็นอยู่ประจำให้ซื้อแผ่นเทสการตั้งครรภ์ไปเช็คได้เลย
8. ติดเชื้อในถุงกระเพาะปัสสาวะ ให้กินน้ำคั้นจากลูกแคนเบอรี่ ( ไม้เมืองหนาว ) กรดเข้มข้นในลูกไม้ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ พอๆกับอารมณ์เมียที่เข้มข้น สามารถเชือด...ของผัวได้เช่นกัน
9. โรคหงุดหงิด ฟุ้งซ่าน โดยเฉพาะเกิดในหญิงสูงอายุด้วย ให้กินข้าวโพด ช่วยบรรเทาอาการเครียด วิตกกังวล และความคิดสับสนได้ แต่ต้องปอกเปลือกให้ก่อนนะไม่อย่างนั้นความเครียดจะมาเยือนคุณผู้ชาย
10. โรคกระดูกพรุน กระดูกเปราะ แตกง่าย แก้ไขโดยให้กินสับประรด ซึ่งมี สารแมงกานีส อยู่มาก? ช่วยให้กระดูกแข็งแรงได้ แต่ถ้าเป็นกระดูกขัดมัน ต้องกินทั้งกอถึงหาย.....หายไปจากโลกนี้
11. ความจำเสื่อม แก้ไขโดย กินหอยนางรม หอยแครง หรือหอยอื่น ในเนื้อหอยมีสารสังกะสี ช่วยบำรุงสมองได้? ถ้าเป็นหอยสาวใช้ หอยน้องเมีย หอยกิ๊ก และหอยบกทุกชนิด อาจทำให้เกิดอาการวูบกระทันหัน และไปรู้สึกตัวอีกที่ตอนนอนให้หมอเย็บอยู่ในห้องฉุกเฉิน หรือถ้าอาการรุนแรงอาจถึงขั้นสั่งจองศาลาวัดที่อยู่ใก้ลบ้านของท่านไว้ได้เลย
12. เป็นหวัด กินกระเทียม ทำให้จมูกโปร่ง สมองโล่ง? กระเทียมช่วยลดไขมันในเลือดได้ แต่ถ้าเป็นท่านเคล้าแดกคูล่า รักษาด้วยวิธีนี้ไม่ได้เด็ดขาด
13. ไอ จาม กินพริกแดง สารที่นำมาทำยาแก้ไอนั้น สกัดมาจากพริกแดง แต่ถ้ากินมากอาจไปสร้างความลำบากกับรู....ตู๊ด? ได้
14. มะเร็งเต้านม กินข้าวสาลี รำข้าว และกระหล่ำปลี จะช่วยป้องกันได้ดี แต่ถ้า? มา....เล็งเต้านม ละก้อ? ดรรชนีนางกับฝ่ามือพิฆาต ตบเข้าไปสักฉาด รับรอง....หายขาด
15. มะเร็งปอด กินส้ม และผักใบเขียว มีวิตามินA อยู่มาก จะช่วยป้องกันการก่อพิษของสารเบต้าแคโรทีน? ?แต่ถ้าปอดแหก โรคนี้รักษายาก
16. แผลในกระเพาะอาหาร กินกระหล่ำปลี ซึ่งมีสารเคมีช่วยทำให้แผลเรื้อรังในกระเพาะอาหาร และลำใส้เล็ก หายขาดได้ แต่ถ้าเป็นแผลในใจ ต้องให้กาลเวลา รักษานะจ๊ะ
17. โรคท้องร่วง? กินแอปเปิ้ลสดทั้งเปลือก แต่ต้องเอาถุงกับโฟมรองก้นทิ้งก่อนนะ ไม่งั้นร่วงตั้งแต่หัวจดเท้า ร่วงลงไปกองที่พื้น
18. เส้นเลือดตีบ กินผลอโวคาโด แก้ได้ เพราะไขมันดี " Morounsaturate"
19. ความดันโลหิตสูง กินผลโอลีฟ และผักคึ่นฉ่าย แต่ถ้าความดันทุรังสูง รักษาไม่หายขาด
20. น้ำตาลในเลือดไม่สมดุล กินฟักบร็อกโครลี่ และถั่วลิสง? แต่อาจก่อให้เกิดมลพิษแก่คนรอบข้างได้[/size]

10
ขอสิ่งศักดิ์สิทธิคุ้มครองทหารหาญ และชาวบ้านตามแนวชายแดน จงปลอดภัยทุกคน

11

 มาติดอาวุธทางปัญญากันครับ
พูดถึงเรื่องไฟแนนซ์ยึดรถ คงเป็นปัญหาหนักอกสำหรับหลายคนที่โดนข่มขู่สารพัด บางคนกลัวจนต้องเสียเปรียบไฟแนนซ์ไปในหลายๆเรื่อง วันนี้เราจึงมีข้อควรรู้ที่เราควรรู้ไว้จะได้ตามทันพวกไฟแนนซ์ที่ชอบกดขี่
เรามารู้จักกับไฟแนนซ์กันก่อน
ไฟแนนซ์ คือ สินเชื่อชนิดหนึ่ง ที่จัดในรูปแบบเงินกู้ให้กับสินค้าชนิดนั้นในวงเงินที่แน่นอนและอัตราดอกเบี้ยคงที่ การจัดไฟแนนซ์ หรือการเช่าซื้อจะใช้กับทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน รถยนต์ เป็นต้น ในปัจจุบันนี้มีบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการเช่าซื้อประเภทนี้เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ หรือสถาบันการเงินต่าง ๆ
 
การจัดไฟแนนซ์เช่าซื้อรถยนต์มีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ1. การเช่าซื้อรถยนต์ใหม่จากตัวแทนจำหน่ายโดยตรง ทางตัวแทนจำหน่ายจะเป็นผู้จัดหาบริษัทรับเช่าซื้อ (ไฟแนนซ์) ให้แก่ลูกค้าที่ต้องการจะซื้อรถอยู่แล้ว
2. การเช่าซื้อรถยนต์ใช้แล้ว หรือที่เรียกว่ารถมือสอง ผู้ซื้ออาจจะต้องติดต่อกับทางบริษัทที่รับจัดไฟแนนซ์เอง หรืออาจจะขอให้ทางเต๊นท์ที่ขายรถยนต์ทั่วไปจัดการจัดไฟแนนซ์ให้ ซึ่งก็อาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อความสะดวก
ขั้นตอนในการจัดไฟแนนซ์รถยนต์
ติดต่อผู้ขายรถยนต์ และบริษัทที่รับจัดไฟแนนซ์ ทางบริษัทที่รับจัดไฟแนนซ์ จะมีพนักงานตลาดทำรายละเอียดเกี่ยวกับผู้เช่าซื้อ เพื่อจัดส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเครดิต หรือเช็กเกอร์ของบริษัทไฟแนนซ์ตรวจสอบ ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเครดิตจะส่งให้ทางบริษัทพิจารณาอนุมัติ เมื่อผลการพิจารณาว่าเครดิตผ่านแล้ว ทางบริษัทก็จะอนุมัติให้ผู้ซื้อ สามารถเช่าซื้อรถยนต์ได้ ซึ่งขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 7 วัน
หลังจากนั้นเราก็ตั้งหน้าตั้งตาหาเงินมาผ่อนชำระค่างวดให้กับไฟแนนซ์ให้ตรงตามกำหนด เพราะไม่เช่นอาจจะต้องโดนยึดรถ เป็นสิ่งที่กลัวๆกันอยู่มากเพราะไฟแนนซ์มีวิธีจัดการข่มขู่เราในหลายๆทางซึ่งแต่ละอย่างเป็นสิ่งที่เราควรกลัวไว้ก่อน แต่วันนี้เราควรรู้ได้แล้วว่าสิ่งเหล่านั้นที่เหล่าไฟแนนซ์เอามาขู่บางทีไม่เป็นความจริง และเราก็สามารถเอาความผิดกลับได้เช่นกัน
 
1. สิ่งที่ไฟแนนซ์มักจะข่มขู่ คือ ให้เรารับผิดชอบค่าติดตามยึดรถ ค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล โดยมักข่มขู่ให้ผู้เช่าซื้อเป็นผู้รับผิดชอบ โดยอ้างตัวเลขจำนวนสูง และเราควรรู้ไว้ด้วยว่าไฟแนนซ์ไม่สามารถเรียกค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้ตามอำเภอใจ การค่าเสียหายเรียกได้ตามค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น ดังนั้นผู้เช่าซื้ออย่าวิตก
2. การเข้ายึดรถผู้เช่าซื้อจะต้องค้างชำระค่าเช่าซื้อ 3 งวดติดต่อกัน  ก่อนยึดรถอีก 1 เดือน รวมเป็น 4 เดือน ไฟแนนซ์จึงจะสามารถยึดรถได้  แต่ถ้าไฟแนนซ์ยึดรถก่อนหน้านี้จะมีความผิดตาม พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522  ซึ่งคุ้มครองเกี่ยวกับเรื่องสัญญา  ดังนั้นถ้าไฟแนนซ์มายึดรถก่อนกำหนดเวลาดังกล่าว  ผู้เช่าซื้อต้องอย่ายอมให้ยึดรถและให้เรียกตำรวจมาเป็นพยาน
3. การยึดรถถ้าผู้เช่าซื้อไม่ยินยอมให้ยึดรถ ไฟแนนซ์จะยึดรถไม่ได้ ถ้ามีการบังคับขู่เข็ญหรือไล่ให้ผู้เช่าซื้อลงจากรถหรือกระชากกุญแจรถไป หรือเอากุญแจสำรองมาเปิดรถและขับหนีไป การกระทำดังกล่าวมีความผิดต่อเสรีภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 และถ้ากระทำการโดยมีอาวุธหรือร่วมกระทำความผิดด้วยกัน  ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มีโทษจำคุกไม่เกิน 5  ปี  หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพราะฉะนั้นถ้ามีคนกระทำการดังกล่าวให้ถ่ายรูปหรือบันทึกเสียงไว้เป็นหลักฐาน และแจ้งความดำเนินคดีอาญา หรือให้ทนายฟ้องศาลได้เลย
4. เมื่อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ ไม่ควรให้ไฟแนนซ์ยึดรถ ยืนยันได้เลยว่าไม่ควรให้ไฟแนนซ์ยึดรถไม่ว่าในกรณีใดๆ เพราะถ้าถูกยึดรถแล้วเราก็จะหมดอำนาจต่อรอง และหลังจากยึดรถไปแล้วไฟแนนซ์จะนำรถของเราไปขายทอดตลาดในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดมาก แถมเมื่อได้เงินมาไม่เพียงพอกับค่าเช่าซื้อที่เราค้างชำระ ไฟแนนซ์ก็จะเรียกค่าเสียหายในส่วนนี้จากเรา แต่ถ้ารถยังอยู่ในความครอบครองของเรา เรายังสามารถใช้ประโยชน์ในทรัพย์ได้ (พูดง่ายๆ ก็คือใช้รถหาเงินได้อยู่นั่นเอง) และยังมีอำนาจต่อรองกับไฟแนนซ์อยู่
5. ในกรณีที่เราถูกยึดรถและไฟแนนซ์มีหนังสือแจ้งให้ชำระหนี้ส่วนที่เหลือ อย่าตกใจให้หาทนายสู้คดี โดยทั่วไปค่าเสียหายของไฟแนนซ์มักจะสูงเวอร์สุดๆ ยกตัวอย่างเช่น เรียกมา 1,000,000 บาท ศาลมักจะพิพากษาให้ชดใช้เพียง 500,000 บาทหรือ 300,000 บาท เท่านั้น
6. เมื่อแพ้คดีไฟแนนซ์จะต้องทำตัวอย่างไร ถ้าเรามีทรัพย์สินถือครอบครองในนามลูกหนี้เราจะถูกยึดทรัพย์ทั้งหมด ถ้าไม่มีทรัพย์สินถือครอบครองในนามลูกหนี้ แต่ถือครอบครองในนามญาติ พี่น้อง เพื่อนฝูง ไฟแนนซ์ก็ไม่สามารถยึดทรัพย์ของคนอื่น ซึ่งมิใช่ลูกหนี้ได้ ดังนั้นถ้ามีไฟแนนซ์มาข่มขู่ว่าลูกหนี้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของใคร จะยึดทรัพย์เจ้าของบ้าน ตอบได้เลยว่าไม่ต้องกลัวเพราะตามกฎหมายไม่สามารถยึดได้
7. ถ้าไม่มีเงินจ่ายไฟแนนซ์จะติดคุกหรือไม่สามารถตอบได้เลยว่า ไม่ติดคุกเนื่องจากเป็นคดีแพ่งไม่ใช่คดีอาญา
 
สุดท้ายการเป็นหนี้ไฟแนนซ์ ไม่ต้องลาออกจากงาน เพราะไม่มีผลกระทบต่อหน้าที่การงาน การเป็นหนี้สิน เป็นเรื่องส่วนตัว ไฟแนนซ์นำเรื่องส่วนตัวไปประจานให้เพื่อนร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชาของลูกหนี้รับรู้ไม่ได้ ถือว่ามีความผิดฐานหมิ่นประมาท (เรายังสามารถฟ้องได้อีก) แต่ถึงยังไงข้อมูลเหล่านี้ให้รู้เอาไว้เพื่อที่เราจะได้ไม่โดนข่มขู่จนหลงเชื่อ และเสียเปรียบ แต่อย่าเอาไปใช้ในทางที่ไม่ถูกไม่ควรหรือไปเอาเปรียบคนอื่นล่ะ ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราแล้วจะรู้


12
ไข่ชั่งกิโล กับขายเป็นฟอง อย่างไหนดีกว่ากันครับ

13
Captiva Talk / เรื่องของยายยิ้ม
« เมื่อ: 20 ม.ค. 2011, 17:25:02 »
 ยายยิ้ม อ่านแล้วซึ้งเลย


 

 
ยายยิ้ม หญิงร่างเล็ก หลังงุ้ม ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสมชื่อ
อาศัยในบ้านไม้ที่เกือบเสร็จท่ามกลางป่าเขา
จ.พิษณุโลก อยู่ลำพังอย่างเดียวดาย ห่างไกลผู้คนและเงียบสงัด

เมื่อ 20 ปี ก่อน ยายมีบ้านอยู่ที่อำเภอพรหมพิราม พร้อมลูกหลาน
ตอนนั้นลูกชายคนเล็กตั้งใจจะมาบุกเบิกทำมาหากินบริเวณที่อยู่ปัจจุบัน
แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทั้ง ความไกล ไข้ป่า และความลำบาก
ส่งผลให้ลูกชายของยายเลือกที่จะไปขับรถแท๊กซี่ใน กทม.

และไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ และการไม่อยากเป็นภาระลูกหลานหรืออื่นๆ
ยายยิ้มจึงตัดสินครั้งสำคัญ อาศัยอยู่ที่บ้านในป่าผืนนั้น เป็นต้นมา

ลูกหลานขอร้องให้ยายกลับมาอยู่บ้านแต่ยายไม่กลับ
ลูกหลานจึงได้แต่มาเยี่ยมยายเป็นระยะรวมถึงการนำเสื้อผ้าผ้าห่ม
ข้าวสารอาหารแห้งมาให้ยาย ลูกชายคนที่ยังอยู่ในอำเภอพรหมพิรามบอกว่า
"แม่เขาจะบอกว่าไม่ต้องเอามาให้มากนะ ในชีวิตเขา แม่เขาไม่เคยอยากได้อะไรเลย
เคยถามเขาก็บอกว่า เขาพอแล้ว สมัยยังเด็กบ้านเราจนกันมาก
พ่อก็ตายตอนที่เรายังเล็ก ๆ แต่แม่คนเดียวก็หา
เลี้ยงลูกได้ มานึกดูแกต้องทำงานหนักมาก แม่ถึงเน้นสอนให้เข้มแข็ง
หนักเอาเบาสู้ไม่เลือกงาน"


ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาท่ามกลางขุนเขา ยายไม่มีนาฬิกา
แต่ทุกเวลาล้วนมีคุณค่า การมีชีวิตอยู่ของยายหมดไปกับการปลูกต้นไม้
ทำฝายเล็ก ๆ ที่ยายได้อาศัยในยามหน้าแล้งและยังเป็นสายธาร
หล่อเลี้ยงบรรดาสัตว์และต้นไม้บนผืนแผ่นดินนี้
และตั้งใจถวายในหลวงและพระราชินี ยายรักในหลวงและพระราชินีมาก

กิจวัตรประจำวัน ตื่นแต่เช้า จุดธูปไหว้พระ เก็บมุ้ง กระย่องกระแย่งมาจุดฟืนหุงข้าว
ตักข้าวสุกแรกเก็บไว้ ตักข้าวกินกับน้ำพริก หรือ ปลาแห้งที่เก็บไว้
ลงมากวาดลานบ้าน ซักผ้า หาบน้ำที่ลำห้วย ออกไปหาฟืนหาไม้ มาเก็บไว้


ก่อนจะคดข้าวใส่กล่อง น้ำพริก ใส่ย่าม สวมที่ขาดวิ่น ใช้พร้าแทนไม้เท้าเวลาเดิน
ข้ามห้วย ข้ามหนอง เข้าไปในป่าลึก ผ่านฝายเล็กๆ หรือคันนาที่ยายทำไว้ 11 ฝาย
เป็นคันดินที่ยายใช้ "จอบกับใจ" ค่อยๆขุดขึ้นมา กลายเป็นแอ่งน้ำเล็กๆกักเก็บน้ำ
พอให้สัตว์เล็กได้มาอาศัย ต้นไม้ชุ่มชื่น ระหว่างนั้นก็เอาข้าวมาโปรยให้สัตว์
ในแอ่งดินกันทำคันดินนี้เสร็จ ก็เข้าไปลึกเรื่อยๆ ที่ละฝาย ทีละฝาย
เวลาแต่ละวันผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ เหนื่อยก็พัก แล้วก็เดิน กลับบ้าน
ชีวิตยาย เป็นไปอย่างเรียบง่าย

ทุก ๆ วันพระ ยายจะเดินลงมาจากเขา ด้วยระยะทางเกือบ 8 กิโล
บวกกับวัยชราของยาย จึงทำให้ยายใช้เวลาใน การเดินทางกว่า 3 ชั่วโมง
แต่ก็ไม่ได้ทำให้ศรัทธาของยายเสื่อมถอยลง ลำพังคนหนุ่มสาว
จะให้เดินขึ้นลงเขา สัก 7-8 กิโลเมตร ยังเล่นเอาเหงื่อตก
แต่สำหรับยายยิ้มถือเป็นกิจวัตรสม่ำเสมอทุกวันโกน วันพระเพราะไม่ว่าฝนจะตก
ฟ้าจะร้อง ยายก็ต้องไปถึงวัดไม่เคยขาด

ระยะทางไกลที่เต็มไปด้วยหล่มโคลน ถนนเป็นร่อง ขรุขระ ยายยิ้ม
จะออกเดินเท้าจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด เหนื่อยก็พัก ถึงวัดกี่โมงไม่รู้
รู้แต่เมื่อถึงวัดก็เปลี่ยนชุดชาว สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ทำความสะอาดวัด
ทำบุญ เมื่อกลับจากวัด แกก็จะมานับวันหลังจากนั้นไปถึงวันโกนวันพระอีกที
ก่อนที่เดินกลับบ้านในป่า ยายเลือกใช้ชีวิตเพียงลำพัง
และใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอย่างมีความสุขอีกครั้ง

เราขาดในสิ่งที่ยายยิ้มมี นั่นคือ ความพอเพียง ความศรัทธา ความไม่โลภ   
เรามีในสิ่งที่ยายขาด นั่นคือ ความทุกข์

พิธีกร : ข้าวสารอาหารแห้งเอามาจากไหน
ยายยิ้ม : ลูกหลานเข้าเอามาให้ เขาเอามาให้ก็ต้องกิน
            เขาจะได้บุญและก็ต้องกินอย่างประหยัดๆ ไม่ฟุ่มเฟือย

พิธีกร : ฝนตกเปียกไหม
ยายยิ้ม : ก็หลบๆเอา ไม่ลำบาก อย่าคิดว่ามันลำบาก

พิธีกร : เสื้อผ้า ขาดแล้วยังใส่อยู่
ยายยิ้ม : ลูกหลานเข้าเอามาให้ ใส่ไว้เขาจะได้บุญ

พิธีกร : ลูกหลานอยากให้ไปอยู่ด้วยกัน
ยายยิ้ม : ไม่ใช่ว่าจะไม่พึ่ง แต่ให้หมดค่าก่อนค่อยพึ่ง ป่วยไม่สบายไม่มีแรงค่อยพึ่งเขา

พิธีกร : ทำฝายไปให้ใคร
ยายยิ้ม : ให้ในหลวงพระราชินี ท่านเป็นถึงเจ้าแผ่นดินยังทำงาน เราก็ต้องทำให้ท่านบ้าง..
             ส่วนสิ่งที่ทำในหลวงไม่เห็นผีสางเทวดาก็เห็น

พิธีกร : ได้ประโยชน์อะไรจากฝาย
ยายยิ้ม : ในหลวงบอกมีฝายมีน้ำ มีป่า มีปลาเล็กเป็นอาหารนกอีกทีรวมถึงได้ใช้ยามหน้าแล้ง

พิธีกร : กลัวล้มไหมเวลาเดินไปไหน
ยายยิ้ม : กลัวแต่ก็ต้องทำ ทำแล้วมีความสุข

พิธีกร : เหนื่อยไหมที่ทำมา
ยายยิ้ม : เหนื่อย แต่ทำแล้วมีความสุข

พิธีกร : เดินไปวัดลำบาก เหนื่อยไหม
ยายยิ้ม : เหนื่อยก็พัก แล้วเดินต่อ ทางไปสวรรค์มันรก ทางไปนรกมันเรียบ เห็นพระก็หายเหนื่อย

พิธีกร : สรุปว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจ
ยายยิ้ม : คนอื่นว่าลำบากแต่ถ้าเราคิดว่ามันเป็นสวรรค์มันก็ไม่ลำบาก

พิธีกร : ยายมาทำบุญทุกวันพระไหม
ชาวบ้าน : ยายมาประจำแหละ ยายแกชอบทำบุญ ได้เบี้ยเดือน 500 แกยังทำบุญหมดเลย

พระ (กางมุ้งให้ยายนอนในศาลาวัด) : ไม่บาปหรอกยาย ช่วยๆกัน ดูแลกัน
ยาย (นั่งยิ้มด้วยความจำนน)
ยาย เอาเงินที่เก็บๆรวมถึงเงินที่ชาวบ้านให้ไว้มาทำบุญ
ยาย อวยพรให้และภาวนาให้คนที่ทำบุญด้วย
พิธีกร : ยายรู้จักเขาเหรอ
ยายยิ้ม : (ยิ้ม) ไม่รู้จักหรอก เห็นบอกว่าจะบวชก็เลยทำบุญ
            ให้ยายทำบุญนะ (สงสัยคงจะเป็นเงินที่ทางรายการให้)
พิธีกร : ทำเถอะยาย ไม่ว่าอะไรหรอก

พิธีกร : ยายมีของแค่นี้เหรอ (หยิบกระเป๋าใบเล็กที่บรรจุเสื้อผ้า หยูกยาที่จำเป็น บัตรประชาชน)
ยายยิ้ม : แค่นี้แหละเตรียมไว้ เวลาเจ็บป่วยขึ้นมา เอาไปใบเดียว คนอื่นจะได้ไม่ลำบากหา

พิธีกร : จะไม่เป็นการแช่งตัวเองหรือ
ยายยิ้ม : ยิ่งเจ็บ ยิ่งต้องพึ่งตัวเอง ยิ่งต้องเตรียมตัว

พิธีกร : เวลายาไปตัดไม้ไผ่ ทำฝายไม่เกินกำลังเหรอ เอาแรงมาจากไหน
ยายยิ้ม : หัวเราะเบาๆแล้วตอบว่า มันเกินกำลังอยู่แล้วล่ะ แต่ต้องมีความพยายามยายบอกวันนี้หมดแรง นอนพัก พรุ่งนี้แรงก็มาใหม่

พิธีกร : ยายยังขาดอะไรอีกในชีวิต
ยายยิ้ม : ยายยิ้มสมกับชื่อ แล้วตอบอย่างภาคภูมิใจว่า ขาดความทุกข์
 

14
[size=16]อยากจะรู้ว่า พ่อแม่ผู้ปกครองอย่างเราๆท่านๆคิดอย่างไร กับ เคอร์ฟิวเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ห้ามออกนอกบ้านหลังเวลา 4 ทุ่ม [/size]

15
วันครูปีนี้ ใครอยากจะคาราวะคุณครู ผู้สั่งสอนเรามา เชิญครับ

16
สืบเนื่องกรณีมีนักศึกษาจากปราจีนบุรี กลุ่มหนึ่งขึ้นไปปาร์ตี้กันบนเขาใหญ่ พอเมาแล้วมีเรื่องชกต่อยกันเอง สุดท้ายมีนักศึกษาชายคนหนึ่งถูกพวกเดียวกันแทงเสียชีวิต เหตุเกิดก่อนจะถึงวันสิ้นปีเสือเพียงไม่กี่วัน  เสนาบดีเจ้ากระทรวง เลยสั่งให้งัดกฏหมายที่มีอยู่นานแล้วมาปัดฝุ่น  ผมว่า [size=12]เกาไม่ถูกที่คันนะ  [/size]

17
Captiva Talk / วันปีใหม่
« เมื่อ: 31 ธ.ค. 2010, 09:22:17 »
[size=16]โบกมือลา? ?? ?? ? พอกันที? ?? ?? ?? ปีห้าสาม
เสือคำราม? ?? ?? ? ฟัดจมเขี้ยว? ?? ? เสียวแสบสัน
เผาเมืองวอด? ?? ? เศรษฐกิจวาย? ?? ภัยคุกคาม
ปีห้าสาม? ?? ?? ?? ?ถามใครใคร? ?? ? ส่ายหน้ากัน


ขอวิงวอน            มาร์คโลชั่น         วันปีใหม่
ล้างคราบไคร้        ให้พารา             ผุดผ่องใส
เชื่อมรอยร้าว         แผลลึก             สังคมไทย
อย่าต้องให้          ไทยเป็นเสี่ยง       ถกเถียงกัน


พยัคฆ์ร้าย? ?? ?? ? โดดเผ่นไป? ?? ?? ?กระต่ายเต้น
ขอให้เป็น? ?? ?? ?? กระต่ายทอง? ?? ? ดั่งใจหวัง
ร่ำรวยเงิน           ทองมั่งคั่ง? ?? ?? ? หลั่งประดัง            
เพิ่มพลัง? ?? ?? ?? ?เปรมปรีดิ์? ?? ?? ?? ?ศรีมงคล



จุดธูปวอน? ?? ?? ?? ?ขอพรพรหม? ?? ?? ?ช่วยปกปัก
ให้เลือดไทย? ?? ?? ?รวมใจรัก? ?? ?? ?? ? สมานฉันท์
ศัตรูพ่าย? ?? ?? ?? ?? มลายสิ้น? ?? ?? ?? ? ทุกถิ่นคาม
ยิ้มสยาม? ?? ?? ?? ?? แย้มสดใส? ?? ?? ?? ทั่วไทยแลนด์[/size]





ขออวยพรให้เพื่อนสมาชิกทุกท่าน สุข สมหวัง ทั้งในชีวิตความเป็นอยู่ และเจริญก้าวหน้าประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานทุกๆคนนะครับ

18
ใครไปเคาท์ดาวน์ที่ไหนกันบ้างครับ เก็บภาพมาดูบ้างเน้อ

19
Captiva Talk / เบรคแล้วหมุน
« เมื่อ: 20 พ.ย. 2010, 10:40:41 »
หนุ่มขับวีโก้เบรกกะทันหัน รถหมุนคว้างชนเสาไฟฟ้าตายคาที่


? ?? ?? ?? ? เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 19 พ.ย.53 พ.ต.ท.ทัยเลิศ ลือปือ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา สาขาย่อยโค้งดงตาล จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนเสาไฟฟ้ามีผู้เสียชีวิตคาที่ 1 ราย เหตุเกิดบนถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้าสัตหีบ บริเวณหน้า หจก.ยูเครน หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯ พัทยา รีบรุดไปตรวจสอบ

 

? ?? ?? ?? ? ที่เกิดเหตุพบ[size=16]รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้[/size] สีดำ 4 ประตู ทะเบียน ผน 751 ชลบุรี จอดอยู่ในสภาพชนกับเสาไฟฟ้าข้างบนฟุตบาทจนหักโค่น รถพังยับเยินไปทั้งคัน ที่พื้นถนนใกล้กันพบศพนายชนินทร์ กวินวนิช อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95/36 หมู่ 7 แขวงบางบอน เขตบางบอน กทม. นอนจมกองเลือดอยู่สภาพคอหัก กะโหลกศีรษะยุบ ตามร่างกายมีบาดแผลหลายแห่ง จนท.กู้ภัยฯ จึงเก็บศพไปรักษาที่ รพ.บางละมุง เพื่อรอญาติมารับ

 

? ?? ?? ? สอบปากคำนายสมโภช ดวงมูล อายุ 35 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนหน้านี้นายชนินทร์ ผู้ตายได้ขับรถกระบะคันดังกล่าวมาจากทางตัวเมืองพัทยา [size=16]มุ่งหน้าไปทางสัตหีบด้วยความเร็วสูง [/size]จนมาถึงที่เกิดเหตุ รถกระบะสองแถว สีขาว สายพัทยา-สัตหีบ จำยี่ห้อและทะเบียนไม่ได้ ที่จอดรับผู้โดยสารอยู่ริมถนนฝั่งซ้ายได้ขับออกมาทางเลนขวาโดยไม่ทันระวัง [size=16]ทำให้รถกระบะของนายชนินทร์ ที่ขับมาด้วยความเร็วสูงต้องเบรกกะทันหันจนรถหมุนคว้างไปชนกับเสาไฟฟ้าข้างทาง [/size]ทำให้ร่างกระเด็นออกมาจากตัวรถศีรษะกระแทกพื้นเสียชีวิตคาที่ดังกล่าว...

----------------------------------------------------------
? ?? ?? ? [size=16]น้องๆที่ออกไปทำข่าวส่งมาให้? อ่านแล้วนึกถึงระบบเบรค กับอีกเรื่องคือ ถ้าคนขับรัดเข็มขัดนิรภัย คงไม่กระเด็นออกไปฟาดพื้นถนน หนักก็คงเป็นเบา? และข้อสำคัญถือเป็นบทเรียนราคาแพงบนท้องถนนที่ไม่มีหลักสูตรให้ทบทวนแก้ตัว คือไม่ควรขับเร็วจนเกินไป เพราะอะไรๆมันอาจเกิดขึ้นมาได้ในชั่วพริบตา เปลี่ยนทั้งชีวิตตัวเอง และคนที่อยู่ข้างหลัง[/size]


20
Captiva Talk / ส่งกำลังใจ สมาชิกภาคใต้
« เมื่อ: 3 พ.ย. 2010, 18:36:44 »
ขอส่งกำลังใจไปยังเพื่อนสมาชิกภาคใต้  ที่กำลังสู้ภัยน้ำท่วม ขอให้สถานการณ์ดีวันดีคืนครับ

21
แพลนไว้จะไปกางเต้นท์นอนที่ปาย.... กลางเดือน มกราคม   แต่ก่อนจะถึงเวลาอาจเรียกน้ำย่อย ด้วยการไปกางเต้นท์ที่ผากล้วยไม้  เขาใหญ่  อยากเจอ.......ช้าง

22

[size=14]พอดีไปอ่านเจอขั้นตอนการประหยัดน้ำมันแบบง่ายๆ เลยนำมาฝากเพื่อนๆลองทำดู
1. เติมน้ำมันหลัง 4 ทุ่ม หรือก่อน 9 โมงเช้าเสมอ อุณหภูมิที่เย็นน้ำมันหดตัวได้ปริมาตรมากขึ้น 2%
2. เติมน้ำมันแค่หัวจ่ายตัดพอแล้ว ถ้าเติมจนเต็มปรี่ ร้อนๆน้ำมันจะขยายตัวระเหยทิ้งที่รูระบาย
3. อุ่นเครื่อง 1 นาทีในหน้าร้อนและ 3 นาทีในหน้าหนาว เครื่องจะได้ไม่ใช้กำลังฉุดมากและการหล่อลื่นจะสมบูรณ์ขึ้น
4. ค่อยๆออกตัวเมื่อรถจอดนิ่ง 1-2 พันรอบ ได้ความนิ่มนวล ประหยัด และลดการสึกหรอของเครื่องยนต์
5. ควรใช้เกียร์สูงเมื่อรถวิ่งได้ 2500 รอบขึ้นไป การลากเกียร์จะทำให้ชดเกียร์ทำงานจนอายุการใช้งานสั้น
6. เครื่อง 2.0 ลิตรขึ้นไปความเร็วคงที่ที่ทำให้ประหยัด 110 กม./ชม. รักษาสเถียรภาพความเร็วทำให้กินน้ำมันน้อยที่สุดขณะรถวิ่ง
7. เครื่อง 1.6 ลิตรขึ้นไปความเร็วคงที่ที่ทำให้ประหยัด 90 กม./ชม. รักษาสเถียรภาพความเร็วทำให้กินน้ำมันน้อยที่สุดขณะรถวิ่ง
8. พักรถสัก 15 นาทีเมื่อขับเกิน 4 ชม.เพื่อให้ลดความร้อน ให้น้ำมันในระบบคลายความร้อนกลับมามีคุณสมบัติที่ดีอีกครั้ง
9. เกียร์ถอยกินน้ำมันมากสุด ควรค่อยๆถอยไม่ต้องรีบ เกียร์ถอยใช้อัตราทดและแรงฉุดมากกว่าทุกเกียร์
10. ก่อนถึงปลายทางสัก 500 เมตรให้ปิด COM แอร์ลดภาระเครื่อง เป่าลมไล่ความชื้นในตู้แอร์และไล่เชื้อราที่อยู่ในนั้นด้วย
11. เช็คลมยางให้สม่ำเสมอทุกๆ 2 อาทิตย์และเมื่อจะออกเดินทางไปต่างจังหวัด ลมยางอ่อนวิ่งได้ช้า ขอบยางสึกมากอายุการใช้งานสั้น
12. พยายามอย่าใส่ของไว้ในรถเยอะ เพิ่มน้ำหนักรถทำให้รถกินน้ำมันเพิ่มขึ้น 20 % ตามระยะทาง[/size]

23
Captiva Talk / รอ........คำเดียวสั้นๆ
« เมื่อ: 9 ต.ค. 2010, 09:08:56 »
? ?? ?? [size=18]โพสต์ไปในหัวข้อนึกว่ามันจะไม่มา วันนี้เลยเมคโฟโต้รูปร่างหน้าตา 4 สหายตะกายเรือนไมล์ มาให้ดูกัน มันมาตั้งแต่ช่วงฝนชุก ตอนนี้ลมหนาวโชยมาแล้ว มันก็ยังปักหลักหลอกหลอนอยู่ร่ำไป ผมก็เลยชวนพวกมันอยู่เที่ยวงานกินเจไปด้วยเลย
? ?? ?? ?ตอนนี้ก็เฝ้ารอโทรศัพท์จากศูนย์เชฟฯเมืองพัทยา ว่า ปั้มเบรค ABS ที่ชำรุดตัวก่อเหตุมาถึงเมื่อไหร่ อยากจะบอกผ่านไปยังศูนย์ฯต่อไปเรื่อยจนถึงยอดสูงสุดใน GM ว่า......ผมรอได้ครับ
? ?? ?? ?เพราะชีวิตผมมันสมานฉันท์กับคำๆนี้มาตั้งแต่ยังเป็นสเปริม์อยู่เลย ตอนนั้นต้องรอให้พ่อกับแม่เขาดับไปนอน พอปฏิสนธิได้ก็ต้องรอมาอีกตั้ง 9 เดือน พอโตขึ้นมาหน่อยก็ต้องรอให้ถึงวัยเข้าเรียนอนุบาล พอจบก็ต้องรอทำงาน จะมีเมียก็ต้องหยอดกระปุกออมสินวันละ 3 เวลาหลังอาหาร เช้า กลางวัน และเย็น บางวันแถมรอบดึกอีก กว่าค่าสินสอดครบก็ต้องรอหลายปี?
? ?? ?? ? สั่งอาหลั่ยกันตามสบายเลยครับ ไม่ต้องกังวล? ?ผมรู้หน้าที่ว่าต้องรอต่อไป แม้จะต้องรอไปจนถึงวันที่คางสั่น ต้องตะบันน้ำกิน ก็จะรอ..........นานแค่ไหนก็จะรอ
[/size]

25
Captiva Talk / สุดยอดระบบเบรค
« เมื่อ: 22 เม.ย. 2009, 14:51:44 »
หลายคืนก่อนถึงวันสงกรานต์  เดินทางกลับบ้านจากพัทยาไป อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ล้อหมุนราวตีหนึ่งครึ่ง ใช้ความเร็ว 140 กม.ไปตามถนนสาย331 เพื่อไปเข้าเส้นทางสายฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี ตรงบ้านเขาหินซ้อน พอพ้นไฟแดงแยกหนองปรือ ไปสัก 200 เมตร ปรากฏว่าพอเปิดไฟสูงเท่านั้น ถึงกับตกใจเพราะมีควายสำดำมะเมื่อม 2 ตัวยืนอยู่กลางถนน  ความคิดสั่งไม่ให้หักหลบเพราะ นอกจากไม่พ้นแล้ว ยังมีสิทธิลงไปนอนดูดาวตอนดึกอีกแน่ จึงตัดสินใจเบรค ผลปรากฏว่าเอาอยู่ครับ ไม่หมุน ไม่ลื่น ไม่ส่าย  พอพ้นนาทีนั้นมาได้ เหยียบแค่ 80 กม.ไปจนถึงบ้าน นึกแล้วยังขาสั่น ถ้าเป็นรถตระกูลอื่น ป่านนี้อาจไปอยู่ในโกฏแล้วก็ได้    

หน้า: [1] 2 3 4