Welcome to Captiva Club Thailand.
User Login:






แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - BigA

หน้า: [1] 2 3 ... 154
1
ถ้ามันฟู่แล้วไม่เย็นเลยนั่น
ก็รั่วหล่ะครับ รออะไร

2
ทำความเข้าใจใหม่ครับ
มันไม่ใช่ระบบลงเขา
แต่มันเป็นระบบควบคมการลงทาง "ลาดชัน"
มันจะทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 9 กม. / ชม. ครับ
เวลาทำงาน คุณไม่ต้องทำอะไรเลยครับ จับพวงมาลัยอย่างเดียวคอยเลี้ยงเส้นทางครับ

การขับรถลงเขาในทางปกติ ให้ใช้เกียร์ Tiptronocs แทนนะครับ

3
ลองคุ้ยๆ หา รายชื่ออู่ที่อยู่ กม.8 ดูครับ

4
เคลมจากร้าน แปลว่าไปเปลี่ยนเอาของอื่นมาเทียบใส่ใช่ไหมครับ
ผมว่า โช๊คตัวนี้น้ำมันมันอ่อนไป

5
Yours Captiva / Re: LSX 2.0 เลี้ยวแล้วเสียงดัง
« เมื่อ: 25 ก.พ. 2015, 13:24:07 »
ยกแล้วดูทั้งหมดเลยครับ สารพัดบุช ผมว่าได้อายุแล้ว

6
รถเข้า Safe Mode ครับ
ลองดู ISC Sensor เพิ่มเติมนะครับ

7
กรณีนี้ มีคนถามว่า มันจะมีความเสี่ยงไม๊ กับการขับขี่ ถ้าเรายังไม่ซ่อมมัน
ตอบครับ : มันไม่มีผลกับการขับขี่ครับ การขับขี่ การทำงานของระบบต่างๆ ยังคงเหมือนเดิม
ตราบที่คุณไม่ได้เหยียบเบครลงไปแบบล้อตายครับ เพราะ ABS จะไม่มีการทำงาน ก็คือ เยียบลงไปแรงมากๆ ถึงจุดที่ล้อตาย ล้อมันก็จะตายลากยาวไปเลยครับ ทำให้การทรงตัวขณะเบรค อาจจะควบคุมได้ไม่ดีเท่ากับการที่ล้อยังหมุนอยู่นั่นเอง
แต่ถ้า Error นั้นๆ เกิดจากแม่ปั้มตัวควบคุมแรงดันน้ำมันเบคร หรือ ABS Controller Pump หรือ กล่องความคุม อันนี้ อาจจะมีผลครับ หาก ECU ประเมินได้ว่า อาจมีผลต่อการเบคที่ผิดไป หรือไม่สามารถควบคุมและจ่ายแรงดันได้ปกติ(ไม่นับรวมเบรคจนล้อตายนะครับ) อันนี้ Captiva จะเข้า Safe Mode ทันที
Safe Mode ของ Captiva มีหลาย Mode ครับ แต่หลักๆ คือ
1. Start ไม่ติดเลย อันนี้ แปลว่า สิ่งที่ผิดปกตินั้น อาจทำความเสียหายต่อเครื่องยนต์ได้
2. Start ติด วิ่งได้ แต่ความเร็วเหมือนโดนจำกัด ซึ่งบางกรณีก็ 40 Km/H บางกรณีก็ 60 Km/H แล้วแต่ความผิดปกตินั้นๆ อันเนื่องจากการประมวลผลได้ว่า อาจเกิดอันตรายหากขับเร็ว
3. อัตราเร่งลดลง จะเกิดในบางกรณีที่เป็นอันตรายหากมีการเร่งเครื่องมากไป

ทีนี้ หลายคน ชอบโวยวายครับว่า อยู่ๆ รถเร่งไม่ขึ้น แล้วหากกำลังแซงเกิดความเร็วลดลงกระทันหันจะทำยังงัย

คิดตามดีๆ นะครับ หากรถมีความผิดปกติ แล้วมันยังปล่อยให้คุณเร่งแซงออกไป หากความผิดปกตินั้น ไม่สามารถทำให้คุณบังคับรถได้ ผลที่ตามมา จะเสียหายขนาดไหน เมื่อเทียบกับการที่มันลดความเร็วลง หากเป็นกรณีที่คุณกำลังแซง คุณยังสามารถแตะเบรค เพื่อลดความเร็วกลับมาอยู่ด้านหลังรถที่กำลังแซงได้ โดยไม่เกิดอะไรขึ้น แต่อาจจะตกใจนิดหน่อย ถ้าเทียบกับยังไปต่อได้ แต่เกิดหยุดไม่ได้ จะเป็นอย่างไร

คนไทยชอบคิดอะไรเข้าข้างตัวเองในกรณีแบบนี้ อุบัติเหตุหลายครั้ง มักเกิดจากการควบคุมรถไม่ได้ มากกว่าเหรื่องหยุดทำงานกระทันหัน ใช่ครับ บางกรณีก็เกิดความเสียหายกับการที่รถเข้า Safe Mode แต่โดยส่วนใหญ่ ความเสียหายมักเกิดขึ้นกับการดันทุรังมากกว่า

จะเป็นอย่างไร ถ้าคุณสามารถขับไปได้ 140 โดยที่คุณไม่รู้เลยว่า การเบรคครั้งหน้า จะไม่สามารถเบรคได้
หรือ คุณจะรู้สึกสบายใจกว่าไหม ถ้าอยู่ๆ รถวิ่งไม่ออก เพราะมันรู้ว่า โอกาสที่คุณจะเบรคไม่ได้นั้น กำลังจะเกิด

ลองคิดนะครับ ชนที่ 140 กับชนที่ 40-60 อะไรดีกว่ากัน (นี่ยังไม่รวมความเร็วรถที่สวนมานะครับ)

8
Yours Captiva / Re: เรื่องเกียร์แคปติวา
« เมื่อ: 4 ก.พ. 2015, 10:25:12 »
เรื่องเคลม เขารับเคลมจน 299999 ครับ อันนี้ไม่น่าห่วง
แต่บางกรณี เกินไปนิดหน่อย เขาก็สามารถช่วยเหลือได้
แต่ผระเด็นเรื่องเกียร์ มันมีเหตุมาจากหลายสาเหตุครับ
ไม่ใช่เกียร์เปราะ แต่เป็นเพราะ หลายคนไม่รู้ แม้แต่ช่าง(บางคนเอง)
ระมัดระวังไว้นะครับ โดยเฉพาะเรื่องน้ำมันเกียร์ ในคู่มืออาจจะไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนว่าต้องเปลี่ยนน้ำมันเมื่อไหร่
แต่จะต้องทำการเปิดตรวจทุกครั้ง ที่เข้ารับบริการ สีเปลี่ยนให้ถ่าย พร่องให้เติม
แต่รุ่นหลังๆ มีระบุที่ 60000 กิโล(มั๊ง) ผมไม่แน่ใจ
แต่ทั้งนี้ น้ำมันเกียร์ ไม่ใช่อะไรก็ได้ หรือเป็นเป็น GM Oil หรือ Ac Delco ก็เทลงไป
น้ำมันเกียร์ (แม้แต่ที่ศูนย์เอง) ก็มีหลายเกรด เพราะใช้กับรถหลายรุ่น
Captiva ใช้ Dexron VI หรือ Dexron ุ6 เท่านั้น
น้ำมันในตลาดบ้านเราเป็น Dexron III หรือ Dexron 3 ซะส่วนใหญ่ สีเหมือนกัน
แต่ราคาถูกกว่ามาก Dexron III ราคาลิตรละ 200 ส่วน Dexron VI ราคา 400 - 1200 ต่อลิตร
ถ่ายผิด ไม่พังทันที แต่อนาคต ได้กินข้าวลิง แบบหลายๆ Case ของ Cruze ที่เป็นประเด็นไป

9
Yours Captiva / Re: เปลี่ยนชุดเบรค
« เมื่อ: 4 ก.พ. 2015, 10:18:53 »
แท้ไม่แท้ ยังไม่ใช่ประเด็น
บางคนใสเป็นฝาครอบ อันนี้สิ น่ากลัวกว่า

10
ไหนๆ ก็ไหนๆ ประเด็นเรื่อง ABS เยอะช่วงนี้ และก็ไม่ได้เขียนอะไรแบบนี้มานานด้วย เนื่องจากงานติดพันมาก เดินทางไม่หยุด ได้โอกาสหล่ะ
มาทำความรู้จักกับ ABS Sensor กันหน่อย
ABS Sensor หรือ จริงๆ เราควรเรียกว่า Wheel Speed Sensor หรือ ABS Wheel Speed Sensor เนี่ย เจ้าตัวนี้ทำหน้าที่จับการเคลื่อนที่ของล้อ พูดง่ายๆ ก็คือ วัด Speed การหมุนของล้อส่งมายังกล่องควบคุม เพื่อให้กล่องควบคุมนั้น ทราบว่า ขณะที่กำลังเบรคอยู่นั้น ล้อตายหรือยัง
หลักการง่ายๆ ของ ABS หรือ Anti-Lock Brake System นั้น เมื่อล้อตาย ระบบจะทำการคลายแรงดันน้ำมันเบรคให้ระบบเบรคคลายตัวลง เพื่อเลี้ยงให้ล้อยังคงหมุนไป
ทำไมล้อต้องไม่ Lock ขณะเบรค เพราะเมื่อล้อตาย หน้าสัมผัสระหว่างยางกับถนน จะไม่เกิดแรงเสียดทานที่มากพอ ซึ่งแรงเสียดทานนั้น ในขณะล้อหมุนจะมีมากกว่าเมื่อหน้าสัมผัสหลุดไปจากการควบคุม นั่นก็คือ มันจะลื่นนั่นเอง
ผลข้อดีของการที่ล้อไม่ตายอีกข้อหนึ่ง ก็คือ เราจะยังคงสามารถควบคุมการเลี้ยวของรถได้ในระดับหนึ่ง ทำให้ลดโอกาสการเกินอุบัติเหตุรุนแรงได้
เต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งคิดว่า การมี ABS นั้น ทำให้เราประมาทได้เพิ่มขึ้นนะครับ ในระดับการแข่งขันจริงๆ นั้น นักขับที่มีทักษะ จะทราบดีว่า การกดเบรคลงไปสุดจน ABS ทำงานนั้น จะใช้ระยะหยุดยาวกว่า การหยุดด้วยทักษะการหยุดรถที่ถูกต้อง แต่มันก็ยังหยุดได้ดีกว่า ในสภาพการเหยียบเบรคแบบขาดสติ นั่นคือ มันไม่ได้ดีที่สุด ไม่ได้ช่วยมากที่สุด แต่ต้องผนวกกับทักษะด้วย
หลักการทำงานของ Sensor เจ้าตัวปัญหานี้ ทำงานอย่างไร
Sensor จะถูกติดตั้งไว้ที่ล้อ 2 หรือ 4 ล้อ แล้วแต่การออกแบบการทำงาน รวมถึงราคาของรถ แบบที่สมัยก่อน เราเคยได้ยินว่ามีแบบ 4 Channel 4 Sensor หรือ 4 Channel 2 Sensor และ 2 Channel 2 Sensor
คำว่า Channel ก็คือ จำนวนล้อที่ระบบสามารถปรับแรงดันน้ำมันเบรคได้ และ Sensor ก็คือ จำนวน Sensor ที่จับความเร็วล้อ ดังนั้น แบบแรก จะดีที่สุด รองลงมาก็แบบที่สอง(ซึ่ง 2 Sensor มักอยู่ที่ล้อหน้า และมั่วนิ่มไปยังล้อหลังด้วยก็ตาม) ส่วนแบบสุดท้าย ก็คือทำงานแค่สองล้อหน้า ล้อหลังตามยถากรรม (ซึ่งส่วนมากจะเป็น 2 Drum Brake หลัง)


การทำงานของ Sensor ส่วนประกอบจะเป็นแม่เหล็ก และมีหน้าสัมผัสไฟฟ้าอยู่ด้านใน แม่เหล็ก จะทำปฏิกริยาดูดกับฟันเฟือง ที่เป็นเหล็กเป็นช่วงๆ เพื่อจับความถี่ในการหมุนผ่าน นั่นหมายถึง ถ้าแม่เหล็กไม่มีการดูดปล่อยเป็นระยะๆ เมื่อไหร่ นั่นคือ ล้อกำลังหยุดอยู่กับที่

แล้วเจ้าจัว Sensor นี้ มันเสียได้อย่างไร
ง่ายๆ ครับ เมื่อมันเป็นแกนแม่เหล็ก ที่มีการดูดปล่อยวันนึงเป็นแสนๆ ครั้ง ย่อมมีการสึกหรอ ทั้งในส่วนของแกนกระบอกที่ประตองการเคลื่อนที่ หน้าสัมผัสไฟฟ้าที่สึก และระบบสาย ปลั๊กที่ส่งสัญญาณ
แต่... แต่.... มันไม่ง่ายขนาดนั้นครับ

การการตรวจสอบหลายๆ กรณี เนื่องจากถนนบ้านเรา มีเศษวัสดุหลายอย่างตกหล่น จากความมักง่ายของผู้ขับขี่หลายๆ ท่าน รวมไปถึง เศษชิ้นส่วนจากการสึกหรอของรถยนต์หลายล้านคันที่วิ่งบนท้องถนน ที่ใช้อะไหล่ไม่ได้มาตรฐานมากมาย เช่น ใช้ผ้าเบรคที่มีเศษโลหะผสม ทำให้เกิดแบบนี้ครับ

ทีนี้พอจะเดาออกหรือยังครับว่า ถ้าเกิดมันมีผงหล็ก ติดอยู่มากพอที่จะทำให้แกนแม่เหล็กด้านใน ดูดติดอยู่ตลอดเวลา ทำให้ข้อมูลที่ส่งไปยัง CPU ทำการประมวลผลผิดพลาด นั่นหมายถึง ไฟก็จะฟ้องว่าพบสิ่งผิดปกติ
ในรถบางคัน ไม่มีการตรวจสอบการทำงานของระบบในลักษณะนี้ ทำให้เมื่อมันเป็นแบบนี้ ไฟก็ไม่เตือนไงหล่ะครับ

ดังนั้น ผมเอง อยากจะให้หลายๆ ท่านได้ศึกษาเรื่องนี้ไว้ เพื่อจะได้เข้าใจว่า เกิดอะไรขึ้นกับรถเรา การแก้ไข ควรทำอย่างไร และอะไรคือสาเหตุ อันตรายมีไหม

11
น้ำมันน่าจะมาจากเหนือรอยหยดครับ

12
ต้องพาไปออกกำลังกายบ้างครับ
เป็นเรื่องปกติของระบบ EGR

13
Yours Captiva / Re: เกียร์พัง
« เมื่อ: 27 ม.ค. 2015, 10:10:28 »
ถ้ามีปัญหาเรื่องเคลม และต้องจ่ายราคานี้ ผมแนะนำให้ Slide ไปศูนย์อื่นเลยครับ
โทรติดต่อคุยกันก่อนว่าโอเคไหม แล้ว Slide ไปเลย
ส่วนอู่นอก เกียร์ Build อยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นนิดๆ รวมทุกอย่างครับ

14
Yours Captiva / Re: สงสัยโช๊คหลังรั่ว
« เมื่อ: 27 ต.ค. 2014, 09:31:38 »
ดูจากร่องรอยผมยังคิดว่ามันอาจจะไม่รั่วนะครับ
สิ่งที่เห็น อาจจะเกิดจากคราบอย่างอื่น ให้ลองล้างให้สะอาด แล้วดูอาการก่อนครับ
คือถ้ารั่ว น่าจะเยิ้มมากกว่านี้
ส่วนของเบรค แค่ถอดทำความสะอาดก็๋พอครับ รอยถือว่าไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพลดลงครับ
อาจจะไม่ต้องถอดก็ได้ ใช้ลมเป่าเข้าไปก็พอ แต่ถ้าถิดออกขัดผ้าได้ก็จะดีครับ

15
Yours Captiva / Re: อ่างน้ำมันเครื่องรั่ว
« เมื่อ: 11 ต.ค. 2014, 16:09:02 »
เงียบ

16
ก่อนอื่น ดูก่อนเลยครับว่า ขณะเปิดแอร์ พัดลมทำงานครบไหม

17
เปลี่ยนแล้ววันนี้ครับ 50100 กม ในบิลเขียนว่า น้ำมันเกียร์ AT/เพาเวอร์/CAP จำนวน 5 ลิตรๆ ละ 257 บาท ครับ  แปลกมากครับในบิลหลายครั้งจะพิมพ์ว่ารถของผมเป็นรุ่น CAPTIVA 2.0 LT/DIESEL แสดงว่าศูนย์พิมพ์รุ่นรถผิดใช้หรือไม่ครับ  เพราะรุ่นรถเของผมป็น ดีเซล 2.0 LSX
เรื่องของรุ่นรถที่คีย์ในระบบ แจ้งให้เขาแก้ให้ถูกต้องจะดีกว่านะครับ เดี๋ยวจะเป็นปัญหาตอนเคลม

18
Yours Captiva / Re: รถดับ
« เมื่อ: 31 ส.ค. 2014, 19:12:35 »
ชิพกุญแจตัดไปครับ เพราะมันจะอ่านแค่ตอนจะสตาร์ทเท่านั้น
ส่วนเรื่องน้ำปน เครื่องดีเซล จะมีกรองดักน้ำครับ ถ้ามีปน จะมีไฟและเสียงเตือน
อาจจะเป็นเรื่องคุณภาพน้ำมันมากกว่า ถ้าล้างแล้วลองเปลี่ยนปั้มเติมดูนะครับ
ก่อนดับ มีอาการอะไรก่อนหรือไม่ครับ ลองสังเกตุก่อน

19
ฟิวส์คงไม่ใช่แล้วหล่ะครับ เพราะระบบไฟท้าย กับ Sensor ฝาท้าย กระจกหลัง มันแยกส่วนกัน
แต่ตรวจสอบหน่อยก็ไม่เสียหายครับ
ดังนั้น ประเด็นถัดไป ก็คงเป็นเรื่องสายต่างๆ ด้านท้ายรถครับ ไม่ทราบว่า รถได้เคยทำอะไรที่ด้านท้ายหรือไม่ ทำสี เปลี่ยนหลอดไฟ อะไรพวกนี้

20
Yours Captiva / Re: air เย็นผิดปกติ และก้อ......
« เมื่อ: 30 ส.ค. 2014, 14:22:40 »
แอร์ไม่เย็น เติมน้ำยาแล้วเย็น ก็แปลว่า น้ำยาขาด
ระบบแอร์รถ เป็นไปได้ยากมาที่น้ำยาจะขาด
ดังนั้น ประเมินไว้ก่อนครับว่า รั่วซึม
ดังนั้น พอเติมเข้าไปเฉยๆ ก็ต้องรั่วออกอีก แน่นอน

21
Yours Captiva / Re: ปัดน้ำฝนหลังไม่ทำงาน
« เมื่อ: 22 ส.ค. 2014, 11:27:51 »
บางทีไม่ได้เกี่ยวกับลืมเสียบหรอกครับ
ปัดน้ำฝนหลัง มันจะเช็คก่อนการทำงานสองจุดครับ คือ ฝาท้าย กับกระจกบานหลัง
หากปิดไม่สนิท หรือ Sensor มองว่าไม่สนิท มันจะไม่ทำงาน
ให้ลองแบบนี้ก่อนครับ เปิดกระจกบานหลัง แล้วปล่อยมันปิดลงในความสูงซักสองคืบครับ
บางที Sensor มันสกปรก

22
ปัญหาที่เกิดจากแบตฯ ก็คือ
เวลา Cell มันเริ่มเสื่อม มันจะแบก Load จากไดชาร์จไม่ได้เต็มที่ ทำให้ไฟไม่เรียบ
อุปกรณ์เหล่านี้ เวลาไฟไม่เรียบก็ไม่แปลกว่าจะเพื้ยนๆ แหละครับ

23
Yours Captiva / Re: Turbo timer ของแคปดีเซล
« เมื่อ: 18 ส.ค. 2014, 15:20:57 »
อย่างในกระทู้เก่าหล่ะครับ
มันไม่จำเป็น แต่เพื่อความเท่ห์หล่ะพอได้
แต่คุณจะประสบกับปัญหาการ Lock ประตูรถอีกครับ ยิ่งพวกไปติดกันโขมยเพิ่มมายิ่งหนัก คุณต้องรอเครื่องดับถึงจะ Lock ได้
ลำบากขึ้นนะครับ
สู้เวลาจอดรถ นั่งชิลๆ ซัก 10 - 30 วินาทีค่อยดับเครื่องก็ได้ครับ

24
เรื่องระยะ ผมไม่ห่วง
ผมห่วงเรื่อง เอา Dexron III มาใส่ แล้วบอกใช้กันได้นี่แหละ
พังมาหลายคันแล้ว

25
เคลมได้ครับ ถ้าไม่มีการดัดแปลงอะไร เคลมได้กระทั่งหลอดไฟขาด

หน้า: [1] 2 3 ... 154