Welcome to Captiva Club Thailand.
User Login:






แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Capty Nakhonsawan

หน้า: [1]
1
แชร์ประสบการณ์ซ่อมรถ Chevrolet Captiva LSX ปี 2012, รุ่น C140 ครับ

รถใช้มาประมาณ 5 ปี ตั้งแต่ออกรถมาไม่เคยมีปัญหาหนักใจเลย จะมีก็แต่อ่างน้ำมันเครื่องรั่วตอน 15,000 km และกระจกเบาะหลังกดลงบ้างไม่ลงบ้าง ปัญหาที่ผมเจอมาเริ่มหลังจากรถครบ 5 ปีนี่แหละครับ
 เริ่มจากแอร์รถยนต์ไม่เย็น เมื่อปลายปี 2016 ซึ่งก็เริ่มจากวิ่งและเย็น พอเครื่องติดไฟแดงหรือจอดไม่เย็น จนกระทั่งไม่เย็น สุดท้ายเข้าร้านแอร์ ซ่อมพบว่าคอมแอร์พังจึงทำการแก้ไขเปลี่ยนไปใหม่ ค่าใช้จ่ายรวม 18,000 บาท

พอมาวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ก็มาพบว่าน้ำมันเครื่องหาย แต่ยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร แต่เห็นว่ามีคราบน้ำมันซึมใต้ท้องเครื่อง จึงทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่ พร้อมแก้ไขบริเวณที่น้ำมันซึม

หลังจากทำการเปลี่ยนวิ่งได้ประมาณ 400 km พบว่าไฟเตือนความร้อนขึ้น พบก็ทำการจอดและรอเครื่องเย็นหลังจากนั้นขับเข้าอู่ที่ใกล้ (ผมใช้รถที่จังหวัดกำแพงเพชร) พอถึงอู่ก็พบว่าน้ำมันเครื่องเข้าไปปนกับน้ำในหม้อน้ำ ซึ่งน้ำหม้อน้ำเป็นลักษณะคล้ายโคลน และน้ำมันเครื่องหาย ซึ่งทางอู่ที่ผมนำรถไปเข้า แจ้งว่าน่าจะเกิดจาก oil cooler รั่ว ซึ่งผมก็ทำเกิด search หาข้อมูลจาก captiva club ซึ่งก็ให้ข้อมูลไปในทางเดียวกัน ผมเลยตัดสินใจเปลี่ยน ค่า oil cooler พร้อมประเก็น 2 set ราคา 16,000+1,600 บาท ค่าน้ำยาล้างระบบ 400 บาท และค่าแรงอีกประมาณ 5,000 บาท รวมประมาณ 23,000 บาท (ตอนนั้นไม่รู้ว่าราคาถูกหรือแพง แค่อยากให้รถกลับมาใช้ได้) ซึ่งทางช่างอู่ที่กำแพงเพชรใช้เวลาทำกว่าจะเสร็จหลังสงกรานต์

แต่หายนะมาเยือนอย่างต่อเนื่อง ปรากฏว่ารถสตาทไม่ติด ทางอู่ตรวจสอบพบว่าหัวฉีดเสีย 1 หัว พอผมตรวจสอบราคาหัวฉีดศูนย์ราคามันแพงมาก เลยหาข้อมูลใน Captiva club จนมาได้จากพี่คนนึงขายหัวมือสองอยู่ประมาณ 6,000 บาท เลยซื้อเข้ามา ก็สั่งของตรงจาก กทม มา กำแพงเพชร ซึ่งก็รถสตาทติด แต่เหมือนเครื่องไม่นิ่ง ทางอู่ที่ผมเอารถเข้าไปทำแจ้งว่าหัวฉีดน่าจะเสียอีก 2 หัว คราวนี้ผมปาดเหงื่อเลย เกือบสามอาทิตย์ละ รถยังวิ่งไม่ได้ ก็โทรปรึกษาพี่ที่ขายหัวฉีดให้ ซึ่งพี่คนนี้อยู่ใน board แกแนะนำว่าน่าจะเกิดจากช่างทำไม่เป็น ทำให้หัวฉีดมัน lock ต้องปลด lock หัวฉีด ซึ่งต้องส่งกลับ กทม มีค่าใช้จ่ายหัวละ 2,000 บาท ถึงตรงนี้ผมเลยตัดสินใจว่าไม่เอาละ ถ้ายังอยู่อู่ ตจว คงจะไม่จบง่ายๆ เลยบอกกับอู่ที่กำแพงเพชรว่า ผมเปลี่ยนที่ละ ช่างก็มาบอกว่าทำไม่ได้ (รถเราเลยเหมือน trial and error เลย) ตัดสินใจเอารถขึ้นรถสไลด์วิ่งเข้า กทม ค่าใช้จ่าย อีก 9,000 บาท ตอนนี้ยอมจ่ายเพราะต้องการให้รถกลับมาได้อีกครั้ง (สรุปค่าใช้จ่ายกับอู่นี้ ค่าของ 18000 + ค่าแรง 1,000 เพราะซ่อมไม่จบ)

ผมตัดสินใจลากเข้ามาวันที่ 27 เมษายน ก็ติดต่อกับพี่ที่ผมซื้อหัวฉีดมา แกก็ให้มาที่อู่ กทม อู่ช่างเลิศ ก็มาทำการแก้ไข ปรากฏว่าหัวฉีดช่างเก่าทำ lock ผมต้องมาเสียค่าแก้ไข และแบตเตอรี่รถเสื่อมเนื่องจากรถจอดนาน หลังจากนั้นก็มาไล่ Flush ระบบให้ใหม่ทั้งหมดที่ oil cooler รั่ว ซึ่งวันที่ 30 เมษายน รถกลับมาใช้งานได้ตามปรกติ แล้วครับ ค่าใช้จ่ายอู่ที่ กทม ช่างเลิศ 26,500 บาท (ค่าหัวฉีดมือสอง 2 หัว 12,000 บาท, ค่าปลด lock หัวฉีด 2 หัว 4,000 บาท, ค่าแรงติดตั้งหัวฉีด 5,000 บาท, ค่า flush ระบบหม้อน้ำ 2,500, ค่าแบตเตอรี่ใหม่ 4,500 บาท ค่า Turn หัวฉีด -500 บาท)
สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมด
 ค่าซ่อมแอร์ 18,000 บาท
 อู่กำแพงเพชร 19,000 บาท + หัวฉีด 6,000 บาท
 อู่กทม 26,500 บาท
 ค่า slide รถ 9,000
อยากเป็นข้อมูลสำหรับเพื่อนใน club ที่พบปัญหา เดียวกัน ถ้ามีอะไรแนะนำได้ผมยินดีครับ ถ้าต้องการเบอร์ติดต่ออู่ที่ กทม ที่ซ่อมให้ผม IB ได้เลยครับ

https://www.facebook.com/groups/CaptivaClubThailand/permalink/725489524288559/

2
ผมวิ่ง 145,000 กิโลเมตรครับ ตอนนี้ลากเข้าอู่แล้ว รอวิเคราะห์
ประกันหมดแล้ว

3
[img]แชร์ประสบการณ์ปัญหาแอร์ไม่เย็น Chevrolet Captiva LSX Diesel 2012 ครับ ตอนนี้ใช้มาเลขไมล์ประมาณ 130,000 กิโลเมตร ปัญหาคือ รถเริ่มมีอาการไม่เย็น เมื่อจอดรถติดไฟแดงหรือที่รอบต่ำๆ แต่วิ่งที่ความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรขึ้นไป จะปรกติ ก็ทนใช้มาประมาณ 2 เดือน เนื่องจากวิ่งต่างจังหวัดประจำ เลยไม่ได้เข้าซ่อม จนกระทั่งประมาณ สัปดาห์ที่แล้วรถไม่เย็นเลย ถึงตอนนี้เลยต้องหาที่ซ่อม (ลืมบอกไปว่าผมใช้รถที่จังหวัดกำแพงเพชร) ก็เข้าทำการซ่อมเมื่อวานวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ร้าน ว… ออโต้แอร์ ช่างแจ้งว่า Clutch com air เสียต้องทำการเปลี่ยน ก็เลยเปลี่ยนใหม่ไปทั้งหมด 3,700 บาท (ค่าของ 2,200 ค่า Wax น้ำยาใหม่ 1,500 บาท) แต่หลังจากซ่อมเสร็จไม่หายครับ กลับมาเป็นอาการเดิมคือวิ่งเร็วจะเย็น  ช่างมาแจ้งว่า Compressor กำลังอัดไม่พอ ต้องเปลี่ยน Compressor ใหม่พร้อมทั้ง Coil ร้อน (condenser) แล้วก็ Valve ซึ่งบอกว่าทีแรกตรวจสอบไม่ได้เพราะว่า com มันไม่ทำงานเลย
ผมเลยโทรติดต่อร้าน Autofreeze ซึ่งอ่านจากใน Webboard เรานี่แหละ สั่งของด่วนเลยของมาถึงวันนี้ตอนเช้า ซึ่งราคาทั้งหมด 14,900 บาท (compressor, condenser, valve และ o-ring) ซึ่งตอนนี้กำลังรื้ออยู่ครับ หวังว่าจะแก้ปัญหาได้ ซึ่งดูแล้วงานนนี้โดนค่าซ่อมไปเจ็บตัวเลย 22,100 บาท ตอนนี้นั่งรอลุ้นว่าจะแก้ปัญหาได้หรือไม่

4
ผมใช้รถที่จังหวัดกำแพงเพชร ไม่สะดวกเข้า กทม. เลยเพื่อนๆมีร้านซ่อมแอร์แนะนำบ้างไม๊ครับ :'( :'( :'( :'( :'(

ป.ล. เพิ่งเชคระยะ120,000ที่นครสวรรค์มาช่างบอกว่าปรกติแต่ผมมาขับแล้วยังเป็นเหมือนเดิม ผมเลยไม่อยากเข้าศูนย์แล้วครับ

5
ขายใบจอง 2.0 LSX สีดำจองในงาน Motor Expo รถได้เดือนมีนา 55
ของแถมประกันชั้น 1 + อื่นๆ = 40,000 กว่า ใครสนใจบอกได้ครับ

ปล. ผมเปลี่ยนไป Deal 2 เนื่องจากได้รับรถเลย ^^


6
เพื่อนๆ Captiva ชาวตะวันออกปรกติ check ระยะศูนย์ไหนกันครับ ^____^

7
รบกวนสอบถามเพื่อนใน Club ครับ Captiva LSX MY012 ที่เปลี่ยนพวงมาลัยแบบ LTZ เราสามารถใช้งาน Cruise Control ได้หรือปล่าว?? เผอิญผมถามมา 2-3 ที่ได้คำตอบมาไม่เหมือนกัน 

8
Captiva Talk / Facebook Club
« เมื่อ: 15 ธ.ค. 2011, 20:23:28 »
เพื่อนๆ ครับ Board เรามี Fanpage captiva ใน Facebook ป่าว? อยากรู้อะ เผื่อเป็นอีก channel นึงในการติดต่อกัน ^____^

9
Captiva Talk / ป้ายทะเบียนรถยนต์
« เมื่อ: 13 ธ.ค. 2011, 20:38:37 »
รบกวนถามเพื่อน พี่ และน้องใน club
ถ้าเราออกรถที่ กทม ป้ายแดงเป็น กทม แต่ตอนที่จะขอป้ายขาวเราต้องการให้เป็นทะเบียน ตจว มันต้องทำอย่างไรบ้างครับ เราต้องแจ้งตั้งแต่ทีแรกเลยป่าว และเสียค่าใช้จ่ายเท่าไร

ปล แอบตื่นเต้นเล็กน้อย ทั้งที่กว่าจะได้รถก็ต้องเดือนมีนาคม

หน้า: [1]